บทความ

Pip คืออะไร? วิธีนับ Pip กับ Point และสูตรคำนวณมูลค่า Pip

Pip คือหน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่สกุลเงินในตลาดฟอเร็กซ์ (Forex) คำว่า Pip ย่อมาจาก Percentage in Point อ่านว่า “พิป” ส่วน Pips เป็นรูปพหูพจน์ของคำเดียวกัน สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ 1 Pip เท่ากับราคาที่ขยับ 0.0001 ส่วนคู่เงินที่มีเยนญี่ปุ่น (JPY) เป็นสกุลเงินอ้างอิง เช่น USD/JPY จะใช้ 1 Pip เท่ากับ 0.01

เทรดเดอร์ใช้ Pip เพื่อบอกระยะที่ราคาขยับ วัดสเปรด และกำหนดระยะ Stop Loss หรือ Take Profit ส่วนการคำนวณกำไรขาดทุนเป็นเงินต้องดูมูลค่าต่อ Pip ตามขนาด Lot ด้วย บทความนี้จะอธิบายวิธีนับ Pip ความต่างระหว่าง Pip กับ Point และวิธีคำนวณมูลค่า Pip เป็นดอลลาร์และเงินบาท พร้อมตัวอย่างที่ทำตามได้

ภาพอธิบายความหมายของ PIP

Pip คืออะไรใน Forex และ Pips ต่างจาก Pip อย่างไร?

ในตลาด Forex Pip ใช้บอกว่าราคาคู่เงินเคลื่อนไหวไปมากน้อยเพียงใด เช่น ราคาขึ้น 10 Pips หรือราคาลง 20 Pips ทำให้สื่อสารระยะการเปลี่ยนแปลงราคาได้โดยไม่ต้องเขียนส่วนต่างเป็นทศนิยมทุกครั้ง

Pips คือรูปพหูพจน์ของ Pip จึงมีความหมายและวิธีนับเหมือนกัน เช่น 1 Pip และ 10 Pips หากพบคำว่า “Pips ในฟอเร็กซ์” หรือ “Pips Forex” ก็หมายถึงหน่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคาคู่เงิน ไม่ใช่หน่วยอีกประเภทหนึ่ง

ขนาดของ 1 Pip สำหรับคู่เงินที่พบได้บ่อยแบ่งเป็นสองกรณี ได้แก่

  • คู่เงินส่วนใหญ่ เช่น EUR/USD และ GBP/USD: 1 Pip = 0.0001 โดยนับที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 ตัวอย่าง EUR/USD ขยับจาก 1.2500 เป็น 1.2501 เท่ากับราคาขึ้น 1 Pip หากขยับเป็น 1.2510 จะเท่ากับขึ้น 10 Pips
  • คู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลเงินอ้างอิง เช่น USD/JPY: 1 Pip = 0.01 โดยนับที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 2 ตัวอย่าง USD/JPY ขยับจาก 145.20 เป็น 145.21 เท่ากับราคาขึ้น 1 Pip หากขยับเป็น 145.30 จะเท่ากับขึ้น 10 Pips

อย่างไรก็ตาม Pip ไม่จำเป็นต้องเป็นหน่วยราคาที่เล็กที่สุดบนหน้าจอ เพราะแพลตฟอร์มอาจแสดงราคาเพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่งทศนิยม ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่เรียกว่า Pipette

ภาพตัวอย่างการวัด PIP ของสกุลเงิน EUR/USD

Pipette (Fractional Pip) คืออะไร?

Pipette คือหน่วยย่อยที่มีขนาดเท่ากับ 0.1 Pip หรือหนึ่งในสิบของ Pip สำหรับคู่เงินทั่วไปจะอยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 5 ส่วนคู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลเงินอ้างอิงจะอยู่ที่ตำแหน่งที่ 3

ตัวอย่าง EUR/USD ขยับจาก 1.12000 เป็น 1.12001 เท่ากับ 1 Pipette หรือ 0.1 Pip แต่หากขยับจาก 1.12000 เป็น 1.12010 จะเท่ากับ 1 Pip

ตามตารางเงื่อนไขการเทรดของ TMGM คู่เงินอย่าง EUR/USD และ GBP/USD แสดงราคาทศนิยม 5 ตำแหน่ง ส่วน USD/JPY แสดง 3 ตำแหน่ง จึงต้องแยกตำแหน่งของ Pip ออกจากตัวเลขทศนิยมสุดท้ายเมื่ออ่านราคา

สินทรัพย์อื่นนับ Pip เหมือนคู่เงินหรือไม่?

ทองคำ ดัชนี และคริปโตอาจใช้ขนาด Pip หรือหน่วยวัดการเคลื่อนไหวต่างจากคู่เงิน Forex จึงไม่ควรนำกฎ 1 Pip = 0.0001 ไปใช้กับทุกสินทรัพย์ ก่อนคำนวณควรตรวจสอบขนาดหน่วยราคาและขนาดสัญญาจาก เงื่อนไขการเทรด ของสินทรัพย์นั้น

สำหรับคำถามว่า 1 Pip ใน XAUUSD คือเท่าไหร่ หน้าผลิตภัณฑ์ XAUUSD ของ TMGM ระบุขนาด Pip เท่ากับราคาทองคำที่ขยับ 0.01 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ เช่น จาก 4,000.00 เป็น 4,000.01 เท่ากับ 1 Pip ส่วนมูลค่าเงินต่อ Pip ขึ้นอยู่กับขนาด Lot ที่เปิด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือการนับพิปทองคำ

เมื่ออ่านข้อมูล XAUUSD Pips จากแหล่งอื่น ควรตรวจว่ากำหนดขนาด 1 Pip ไว้อย่างไร เพื่อให้ใช้หน่วยเดียวกันตลอดการคำนวณ ส่วนดัชนีอย่าง NAS100 มักอธิบายการเคลื่อนไหวเป็นจุดดัชนี ซึ่งต้องแยกจาก Point บนแพลตฟอร์ม สำหรับดัชนีและคริปโตให้ตรวจรายละเอียดสัญญา (Specification) ทั้งจำนวนทศนิยม ขนาดสัญญา Tick Size และ Tick Value ก่อนแปลงระยะราคาเป็นเงิน

ที่มาของ Pip ในตลาด Forex

เดิมราคาคู่เงินส่วนใหญ่แสดงทศนิยม 4 ตำแหน่ง ส่วนคู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลเงินอ้างอิงแสดง 2 ตำแหน่ง Pip จึงสอดคล้องกับการขยับของทศนิยมตำแหน่งสุดท้ายในรูปแบบราคานั้น

เมื่อแพลตฟอร์มแสดงราคาเพิ่มเป็น 5 หรือ 3 ตำแหน่ง หน่วยที่ละเอียดขึ้นเรียกว่า Pipette แต่ขนาดของ Pip ยังคงเดิม เทรดเดอร์จึงยังใช้ Pip บอกระยะราคา สเปรด และระยะ Stop Loss ได้ แม้หน้าจอจะแสดงทศนิยมมากขึ้น

Pip vs Point ต่างกันอย่างไร?

Pip คือหน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่เงิน Forex ส่วน Point หรือ “จุด” คือหน่วยราคาตามทศนิยมตำแหน่งสุดท้ายที่ MT4/MT5 แสดง ทั้งสองหน่วยจึงอาจมีขนาดต่างกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนตำแหน่งทศนิยมของคู่เงินนั้น

ก่อนนับระยะราคา ควรแยกความหมายของแต่ละหน่วยให้ชัดเจน

  • Pip สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ เช่น EUR/USD และ GBP/USD ขนาด 1 Pip เท่ากับ 0.0001 ส่วนคู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลเงินอ้างอิง เช่น USD/JPY และ EUR/JPY ขนาด 1 Pip เท่ากับ 0.01
  • Pipette หน่วยย่อยที่มีขนาดเท่ากับ 0.1 Pip หรือหนึ่งในสิบของ Pip ใช้แสดงราคาที่ละเอียดขึ้นอีกหนึ่งตำแหน่งทศนิยม
  • Point หน่วยราคาตามทศนิยมตำแหน่งสุดท้ายที่แพลตฟอร์มแสดง เช่น EUR/USD ที่แสดงราคา 5 ตำแหน่ง มีขนาด 1 Point เท่ากับ 0.00001 ซึ่งเท่ากับ 1 Pipette

ตัวอย่างราคา EUR/USD 1.07548 เลข 4 อยู่ในทศนิยมตำแหน่งที่ 4 ซึ่งเป็นตำแหน่งของ Pip ส่วนเลข 8 อยู่ในทศนิยมตำแหน่งที่ 5 ซึ่งเป็นตำแหน่งของ Pipette และ Point ในรูปแบบราคานี้

Point ต่างจาก Tick Size อย่างไร? Point บอกขนาดหน่วยตามทศนิยมที่แสดง ส่วน Tick Size คือขั้นการเปลี่ยนแปลงราคาขั้นต่ำที่สัญญากำหนด และ Tick Value คือมูลค่าเงินของการขยับ 1 Tick สำหรับสถานะขนาด 1 Lot ทั้งสองขนาดอาจไม่เท่ากัน จึงควรตรวจสอบรายละเอียดสัญญา (Specification) ของสินทรัพย์ก่อนคำนวณ

1 Pip เท่ากับกี่จุด?

1 Pip เท่ากับ 10 จุด (Points) สำหรับคู่เงินทั่วไปที่แสดงราคา 5 ตำแหน่ง และคู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลเงินอ้างอิงซึ่งแสดงราคา 3 ตำแหน่ง แต่หากแสดงราคา 4 ตำแหน่งสำหรับคู่เงินทั่วไป หรือ 2 ตำแหน่งสำหรับคู่ JPY จะเท่ากับ 1 Pip = 1 Point

เหตุผลคือ Pip มีขนาดตามธรรมเนียมของคู่เงิน ขณะที่ Point มีขนาดตามจำนวนตำแหน่งทศนิยมที่แพลตฟอร์มแสดง ดังนั้น ก่อนแปลง Pip เป็นจุด ต้องดูรูปแบบราคาของคู่เงินนั้นก่อน

ตารางเปรียบเทียบ Pip กับ Point ตามจำนวนตำแหน่งทศนิยม

คู่เงิน / รูปแบบราคาขนาด 1 Pipขนาด 1 Point1 Pip เท่ากับกี่จุด
EUR/USD แสดง 5 ตำแหน่ง เช่น 1.075480.00010.0000110 จุด
EUR/USD แสดง 4 ตำแหน่ง เช่น 1.07540.00010.00011 จุด
USD/JPY แสดง 3 ตำแหน่ง เช่น 150.1250.010.00110 จุด
USD/JPY แสดง 2 ตำแหน่ง เช่น 150.120.010.011 จุด

คู่เงิน JPY ต่างจากคู่เงินทั่วไปที่ ขนาด Pip ส่วนจำนวน Points ต่อ Pip ยังขึ้นอยู่กับจำนวนตำแหน่งทศนิยมเช่นเดียวกัน ตารางนี้ใช้เปรียบเทียบรูปแบบราคา โดยควรตรวจสอบรูปแบบที่แสดงจริงบนบัญชีเทรดของคุณ

สำหรับราคาคู่เงินแบบ 5 ตำแหน่ง หรือคู่ JPY แบบ 3 ตำแหน่ง สามารถแปลงหน่วยได้ดังนี้

  • 1 Point = 0.1 Pip
  • 0.2 Pip = 2 Points
  • 10 Pips = 100 Points
  • 50 Pips = 500 Points

ส่วนทองคำ XAUUSD และดัชนี เช่น NAS100 ควรตรวจสอบนิยามหน่วยราคาและรายละเอียดสัญญาแยกต่างหาก ก่อนนำอัตราส่วนของคู่เงินไปใช้

วิธีนับ Pip และ Point จากส่วนต่างราคา

การนับระยะราคาทำได้โดยนำส่วนต่างราคามาหารด้วยขนาดของหน่วยที่ต้องการ

จำนวน Pip = ส่วนต่างราคา ÷ ขนาด 1 Pip

จำนวน Point = ส่วนต่างราคา ÷ ขนาด 1 Point

หากต้องการวัดเฉพาะระยะที่ราคาขยับ ให้ใช้ส่วนต่างราคาเป็นค่าบวก ส่วนการขยับขึ้นหรือลงให้พิจารณาแยกจากจำนวน Pip

ตัวอย่างที่ 1: EUR/USD แสดงราคา 5 ตำแหน่ง

ราคาขยับจาก 1.07548 เป็น 1.07648 ส่วนต่างราคาเท่ากับ 0.00100

  • จำนวน Pip: 0.00100 ÷ 0.0001 = 10 Pips
  • จำนวน Point: 0.00100 ÷ 0.00001 = 100 Points

ดังนั้น การขยับของ EUR/USD ในตัวอย่างนี้เท่ากับ 10 Pips หรือ 100 จุด

ตัวอย่างที่ 2: USD/JPY แสดงราคา 3 ตำแหน่ง

ราคาขยับจาก 150.125 เป็น 150.375 ส่วนต่างราคาเท่ากับ 0.250

  • จำนวน Pip: 0.250 ÷ 0.01 = 25 Pips
  • จำนวน Point: 0.250 ÷ 0.001 = 250 Points

ดังนั้น การขยับของ USD/JPY ในตัวอย่างนี้เท่ากับ 25 Pips หรือ 250 จุด

จำง่าย ๆ

สำหรับคู่เงินทั่วไปที่แสดงราคา 5 ตำแหน่ง และคู่ JPY ที่แสดงราคา 3 ตำแหน่ง ให้ หารจำนวน Points ด้วย 10 เพื่อแปลงเป็น Pips หรือ คูณจำนวน Pips ด้วย 10 เพื่อแปลงเป็น Points

1 Pip เท่ากับกี่บาท? สูตรคำนวณมูลค่า Pip

1 Pip เท่ากับกี่บาทขึ้นอยู่กับคู่เงิน ขนาด Lot และอัตราแลกเปลี่ยน เช่น EUR/USD หรือ GBP/USD ในบัญชี USD ขนาด 1.00 Lot มีมูลค่า 10 USD ต่อ Pip หากสมมติว่า 1 USD = 33 บาท จะเท่ากับ 330 บาทต่อ Pip ส่วนขนาด 0.10 Lot และ 0.01 Lot จะเท่ากับ 33 บาทและ 3.30 บาทต่อ Pip ตามลำดับ

การคำนวณมูลค่า Pip เริ่มจากหามูลค่าในสกุลเงินอ้างอิงของคู่เงิน แล้วจึงแปลงเป็นสกุลเงินบัญชีหรือเงินบาทตามต้องการ โดยใช้สูตร

มูลค่าต่อ Pip ในสกุลเงินอ้างอิง = ขนาด Pip × ขนาดสัญญาต่อ 1 Lot × จำนวน Lot

สกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency) คือสกุลเงินตัวหลังของคู่เงิน เช่น USD ใน EUR/USD และ JPY ใน USD/JPY ส่วนขนาดสัญญามาตรฐานของคู่เงินโดยทั่วไปคือ 1.00 Lot = 100,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก (Base Currency)

ตัวอย่างการคำนวณค่า Pip ของ EUR/USD ขนาด 0.10 Lot

0.0001 × 100,000 × 0.10 = 1 USD ต่อ Pip

หากต้องการแปลงเป็นเงินบาท ให้นำมูลค่า Pip ในหน่วย USD คูณด้วยอัตรา USD/THB:

มูลค่าต่อ Pip เป็นเงินบาท = มูลค่าต่อ Pip เป็น USD × อัตรา USD/THB

เมื่อใช้อัตราแลกเปลี่ยนสมมติ 1 USD = 33 บาท จะได้ 1 × 33 = 33 บาทต่อ Pip

ภาพวิธีการคำนวณค่า PIP ในการเทรด

ค่า Pip ของ EUR/USD และ GBP/USD 1 Pip เท่ากับกี่ดอลลาร์?

ค่า Pip ของ EUR/USD และ GBP/USD ในบัญชี USD เท่ากับ 10 USD ต่อ 1.00 Lot, 1 USD ต่อ 0.10 Lot และ 0.10 USD ต่อ 0.01 Lot เมื่อใช้ขนาด Pip 0.0001 และขนาดสัญญา 100,000 หน่วยต่อ 1 Lot

ขนาด Lotวิธีคำนวณมูลค่าต่อ Pipมูลค่าต่อ 1 Pip (USD)มูลค่าต่อ 1 Pip (บาท)
1.00 Lot (Standard)0.0001 × 100,000 × 1.0010 USD330 บาท
0.10 Lot (Mini)0.0001 × 100,000 × 0.101 USD33 บาท
0.01 Lot (Micro)0.0001 × 100,000 × 0.010.10 USD3.30 บาท

ตัวเลขเงินบาทใช้อัตราแลกเปลี่ยนสมมติ 1 USD = 33 บาทเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ มูลค่าจริงเปลี่ยนตามอัตราแลกเปลี่ยน และตัวอย่างยังไม่รวมต้นทุนการเทรด

ตัวอย่าง หากเปิดสถานะ EUR/USD ขนาด 0.10 Lot แล้วราคาขยับ 20 Pips มูลค่าการเปลี่ยนแปลงจะเท่ากับ
20 Pips × 1 USD ต่อ Pip = 20 USD หรือประมาณ 660 บาท

หากเป็นสถานะซื้อ (Buy) ราคาขึ้นจะเป็นกำไรและราคาลงจะเป็นขาดทุน ส่วนสถานะขาย (Sell) จะได้ผลในทิศทางตรงกันข้าม

คำนวณมูลค่า Pip ของ USD/JPY และคู่เงินที่ไม่ได้อ้างอิง USD

เมื่อสกุลเงินอ้างอิงต่างจากสกุลเงินบัญชี ต้องคำนวณมูลค่า Pip ในสกุลเงินอ้างอิงก่อน แล้วจึงแปลงค่า เช่น USD/JPY มีขนาด 1 Pip เท่ากับ 0.01 และได้มูลค่า Pip เป็นเงินเยน

ตัวอย่าง เทรด USD/JPY ขนาด 1.00 Lot ด้วยบัญชี USD โดยสมมติว่า USD/JPY = 150.00 และ 1 USD = 33 บาท

1คำนวณมูลค่าต่อ Pip เป็น JPY : 0.01 × 100,000 × 1.00 = 1,000 JPY
2แปลงจาก JPY เป็น USD : 1,000 ÷ 150.00 ≈ 6.67 USD
3แปลงจาก USD เป็นเงินบาท : (1,000 ÷ 150.00) × 33 = 220 บาท

ดังนั้น USD/JPY ขนาด 1.00 Lot ในตัวอย่างนี้มีมูลค่าประมาณ 6.67 USD หรือ 220 บาทต่อ Pip

เมื่ออัตรา USD/JPY เปลี่ยน มูลค่า Pip ในหน่วย USD จะเปลี่ยนตามด้วย หากอัตรา USD/JPY สูงขึ้น เงินเยนจำนวนเดิมจะแปลงเป็น USD ได้น้อยลง

คู่เงินไขว้ใช้หลักเดียวกัน เช่น GBP/AUD ขนาด 0.50 Lot มีมูลค่าต่อ Pip เท่ากับ:

0.0001 × 100,000 × 0.50 = 5 AUD ต่อ Pip

หากใช้บัญชี USD ให้นำ 5 AUD คูณด้วยอัตรา AUD/USD ณ เวลาที่คำนวณ เพื่อแปลงมูลค่า Pip เป็น USD

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสูตรหารด้วยราคาคู่เงิน สูตร (ขนาด Pip ÷ ราคาคู่เงิน) × จำนวนหน่วย ให้ผลลัพธ์เป็นสกุลเงินหลัก เช่น USD สำหรับ USD/JPY หรือ EUR สำหรับ EUR/USD หากใช้สูตรนี้กับ EUR/USD ขนาด 100,000 หน่วยที่ราคา 1.1200 จะได้ประมาณ 8.93 EUR ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่า 10 USD ตามอัตราแลกเปลี่ยนในตัวอย่าง

มูลค่า Pip เปลี่ยนอย่างไรเมื่อใช้บัญชีสกุลเงินอื่น?

มูลค่า Pip ที่แสดงในบัญชีขึ้นอยู่กับสกุลเงินบัญชีด้วย แม้จะเทรดคู่เงินและขนาด Lot เดียวกัน หากสกุลเงินบัญชีต่างกัน ต้องแปลงมูลค่าต่อ Pip ให้เป็นสกุลเงินนั้น

ตัวอย่าง เทรด USD/CAD ด้วยบัญชี EUR

1คำนวณมูลค่า Pip เป็น CAD จากขนาด Pip ขนาดสัญญา และจำนวน Lot
2นำมูลค่า Pip เป็น CAD หารด้วยอัตรา EUR/CAD เพื่อแปลงเป็น EUR

มูลค่าต่อ Pip เป็น EUR = มูลค่าต่อ Pip เป็น CAD ÷ อัตรา EUR/CAD

จึงควรตรวจสอบทั้งสกุลเงินอ้างอิงของคู่เงินและสกุลเงินบัญชีทุกครั้ง เพื่อให้คำนวณและอ่านผลลัพธ์ได้ถูกต้อง

Leverage เปลี่ยนมูลค่า Pip หรือไม่?

Leverage ไม่ได้เปลี่ยนมูลค่า Pip โดยตรง มูลค่า Pip ขึ้นอยู่กับขนาดสถานะ แต่ Leverage ทำให้ใช้ Margin น้อยลงในการเปิดสถานะขนาดเดิม ผลของแต่ละ Pip ต่อยอดเงินในบัญชีจึงอาจมากขึ้นเมื่อเทียบกับเงินทุน

ตัวอย่าง: บัญชี 2,000 USD ใช้ Leverage 1:100 เปิด EUR/USD ขนาด 1.00 Lot (100,000 EUR) ที่ราคา 1.1000

  • มูลค่าสถานะ: 100,000 × 1.1000 = 110,000 USD
  • Margin ที่ต้องใช้: 110,000 ÷ 100 = 1,100 USD
  • มูลค่าต่อ Pip: 10 USD ไม่ว่าจะใช้ Leverage เท่าใด
  • ราคาขยับ 10 Pips = เปลี่ยนแปลง 100 USD หรือ 5% ของเงินในบัญชี ทั้งในทางกำไรและขาดทุน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Leverage และความสัมพันธ์กับ Margin หรือใช้ เครื่องคำนวณมาร์จิ้นของ TMGM ตรวจสอบเงินหลักประกันที่ต้องใช้ตามคู่เงิน ขนาด Lot และอัตรา Leverage

ใช้เครื่องคำนวณค่า Pip สำหรับ EUR/USD และ GBP/USD อย่างไร?

หากต้องการใช้ เครื่องคำนวณค่า Pip (Pip Calculator) เพื่อตรวจสอบตัวเลข สามารถประยุกต์ใช้ เครื่องคำนวณกำไรของ TMGM โดยกำหนดราคาเปิดและราคาปิดให้ห่างกัน 1 Pip แล้วดูมูลค่ากำไรหรือขาดทุนที่คำนวณได้

ตัวอย่างการตรวจสอบค่า Pip ของ EUR/USD ขนาด 0.10 Lot ในบัญชี USD

  • เลือกคู่เงิน EURUSD
  • เลือกสกุลเงินบัญชี USD
  • ระบุขนาดการซื้อขาย 0.10 Lot
  • เลือกทิศทาง Buy
  • ใส่ราคาเปิด 1.1000 และราคาปิด 1.1001 ซึ่งห่างกัน 1 Pip
  • กดคำนวณ ผลลัพธ์ตามสมมติฐานนี้ควรอยู่ที่ 1 USD ซึ่งเป็นมูลค่าของ 1 Pip สำหรับสถานะขนาดดังกล่าว ก่อนรวมต้นทุนการเทรด

หากต้องการตรวจสอบ ค่า Pip ของ GBP/USD ให้เลือก GBPUSD แล้วกำหนดราคาเปิด–ปิดให้ห่างกัน 0.0001 เช่นเดียวกัน พร้อมระบุขนาด Lot และสกุลเงินบัญชีที่ต้องการ

เมื่อต้องการดูมูลค่าการขยับหลาย Pips ให้ปรับส่วนต่างราคาให้ตรงกับระยะนั้น เช่น EUR/USD ขยับ 10 Pips เท่ากับส่วนต่างราคา 0.0010 ส่วนการแปลงผลลัพธ์จาก USD เป็นเงินบาท ให้นำจำนวนเงินที่ได้คูณด้วยอัตรา USD/THB ณ เวลาที่คำนวณ

ใช้ Pip วัดกำไรขาดทุน Spread และ Stop Loss อย่างไร?

Pip คือหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่เงิน เทรดเดอร์ใช้ Pips ในฟอเร็กซ์เพื่อคำนวณกำไรขาดทุน เปรียบเทียบต้นทุน Spread และกำหนดระยะ Stop Loss หรือ Take Profit เมื่อนำจำนวน Pip คูณด้วยมูลค่าต่อ Pip ตามขนาด Lot จะทราบว่าระยะราคานั้นคิดเป็นเงินเท่าไร

1. คำนวณกำไรและขาดทุนจากจำนวน Pip

การคำนวณกำไรขาดทุนจาก Pip ต้องพิจารณาระยะระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด ทิศทางการเทรด และมูลค่าต่อ Pip ของสถานะนั้น โดยใช้สูตร

กำไรหรือขาดทุนจากส่วนต่างราคา = จำนวน Pip ที่ได้หรือเสีย × มูลค่าต่อ Pip

ตัวอย่าง EUR/USD หรือ GBP/USD ขนาด 0.10 Lot ในบัญชี USD มีมูลค่า 1 USD ต่อ Pip เมื่อใช้ขนาดสัญญามาตรฐาน 100,000 หน่วยต่อ 1 Lot หากราคาเปิดกับราคาปิดห่างกัน 20 Pips จะคิดเป็นเงิน 20 USD

(1) ราคาขยับไปในทิศทางที่ได้เปรียบ 20 Pips = กำไร 20 USD
(2)ราคาขยับสวนทางกับสถานะ 20 Pips = ขาดทุน 20 USD

ตัวเลขนี้เป็นผลจากส่วนต่างราคาก่อนรวมค่าคอมมิชชันและ Swap หากใช้ราคาเปิดและราคาปิดที่ดำเนินการจริง ผลของ Spread จะสะท้อนอยู่ในส่วนต่างราคานั้นแล้ว

สามารถใช้ เครื่องคำนวณกำไรของ TMGM ตรวจสอบผลลัพธ์ โดยระบุคู่เงิน สกุลเงินบัญชี ขนาด Lot ทิศทางการเทรด และราคาเปิด–ปิด

2. คำนวณ Spread และค่าคอมมิชชันเป็น Pip

Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Ask และราคา Bid โดย Ask เป็นราคาที่ใช้เปิดสถานะซื้อ ส่วน Bid เป็นราคาที่ใช้เปิดสถานะขาย การแปลงส่วนต่างนี้เป็น Pip ช่วยให้เปรียบเทียบต้นทุนการเทรดได้ง่ายขึ้น

Spread เป็น Pip = (ราคา Ask − ราคา Bid) ÷ ขนาด 1 Pip

ตัวอย่าง: EUR/USD มีราคา Bid 1.12000 และราคา Ask 1.12020: (1.12020 − 1.12000) ÷ 0.0001 = 2 Pips

หากแพลตฟอร์มแสดงราคา EUR/USD แบบ 5 ตำแหน่ง Spread 2 Pips จะเท่ากับ 20 Points สำหรับสถานะขนาด 0.10 Lot ในบัญชี USD ซึ่งมีมูลค่า 1 USD ต่อ Pip จะคิดเป็นต้นทุนสเปรดประมาณ 2 USD

หากบัญชีคิดค่าคอมมิชชันแยกต่างหาก ให้นำค่าคอมมิชชันทั้งขาเปิดและขาปิดมาแปลงเป็น Pip สำหรับขนาด Lot เดียวกัน

ค่าคอมมิชชันเป็น Pip = ค่าคอมมิชชันรวมต่อรอบ ÷ มูลค่าต่อ Pip

ตัวอย่าง บัญชีหนึ่งมี Spread 2 Pips และไม่มีค่าคอมมิชชัน ส่วนอีกบัญชีมี Spread 1.5 Pips และค่าคอมมิชชันเทียบเท่า 0.5 Pip ต่อรอบ ทั้งสองกรณีมีต้นทุนจาก Spread และค่าคอมมิชชันรวมเท่ากับ 2 Pips โดยยังไม่รวม Swap หรือผลจาก Slippage

เมื่อเทียบกับเป้าหมายการเคลื่อนไหวของราคาก่อนหักต้นทุน ต้นทุน 2 Pips คิดเป็น 20% ของเป้าหมาย 10 Pips แต่คิดเป็น 2% ของเป้าหมาย 100 Pips ต้นทุนต่อรอบจึงมีสัดส่วนสูงขึ้นเมื่อเทรดระยะสั้นและตั้งเป้าราคาแคบ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Spread ใน Forex และวิธีคำนวณ


ภาพตัวอย่างของ Pip spreads

3. กำหนดระยะ Stop Loss และ Take Profit เป็น Pip

จำนวนเงินตามระยะ Stop Loss หรือ Take Profit = ระยะเป็น Pip × มูลค่าต่อ Pip

ตัวอย่าง EUR/USD ขนาด 0.10 Lot ในบัญชี USD มีมูลค่า 1 USD ต่อ Pip โดยสมมติว่า 1 USD = 33 บาท และปิดสถานะได้ตรงระดับที่ตั้งไว้

ระดับที่กำหนดระยะจากราคาเข้ามูลค่าเป็น USDมูลค่าเป็นเงินบาท
Stop Loss30 Pipsขาดทุน 30 USDประมาณ 990 บาท
Take Profit60 Pipsกำไร 60 USDประมาณ 1,980 บาท

ระยะ Stop Loss 30 Pips และ Take Profit 60 Pips มี อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk) เท่ากับ 1:2 หมายถึงตั้งเป้ากำไรเป็นสองเท่าของความเสี่ยงจากส่วนต่างราคา ก่อนรวมต้นทุนอื่น

อัตราส่วนนี้ใช้เปรียบเทียบขนาดกำไรกับขาดทุนที่วางแผนไว้ ส่วนโอกาสที่ราคาจะไปถึงแต่ละระดับต้องประเมินร่วมกับอัตราชนะและผลการทดสอบกลยุทธ์

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stop Loss และการกำหนดจุดตัดขาดทุน โดยราคาปิดจริงอาจต่างจากระดับที่ตั้งไว้เมื่อเกิด Slippage หรือราคากระโดด ทำให้ผลขาดทุนต่างจากตัวเลขที่คำนวณไว้

4. วัดความผันผวนด้วย ATR ในหน่วย Pip

Pip ใช้วัดช่วงการเคลื่อนไหวของราคาได้ โดยอินดิเคเตอร์ที่ใช้ประเมินความผันผวนบ่อยคือ Average True Range (ATR) ซึ่งคำนวณค่าเฉลี่ยของ True Range ตามจำนวนแท่งเทียนที่เลือก และคำนึงถึงช่องว่างจากราคาปิดของแท่งก่อนหน้าด้วย

ค่า ATR บนกราฟแสดงเป็นหน่วยราคา จึงต้องแปลงเป็น Pip ด้วยสูตร

ATR เป็น Pip = ค่า ATR ในหน่วยราคา ÷ ขนาด 1 Pip

ตัวอย่าง หาก ATR บนกราฟรายวันของ EUR/USD เท่ากับ 0.0080

0.0080 ÷ 0.0001 = 80 Pips

ตัวเลขนี้หมายถึงค่าเฉลี่ย True Range ในช่วงย้อนหลังที่ใช้คำนวณอยู่ที่ 80 Pips และใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินระยะ Stop Loss ให้สัมพันธ์กับความผันผวน

ควรพิจารณา ATR ร่วมกับกรอบเวลาที่เทรด ระยะเวลาถือสถานะ และโครงสร้างราคา โดยค่า ATR รายวันกับรายชั่วโมงสะท้อนการเคลื่อนไหวคนละช่วงเวลา หากเปรียบเทียบหลายคู่เงิน ควรใช้กรอบเวลาและจำนวนแท่งย้อนหลังเดียวกัน พร้อมพิจารณามูลค่าต่อ Pip ประกอบด้วย

5. คำนวณขนาด Lot จากระยะ Stop Loss

เมื่อกำหนดจำนวนเงินที่ยอมเสี่ยงและระยะ Stop Loss เป็น Pip แล้ว สามารถคำนวณขนาด Lot ได้จากสูตร

ขนาด Lot = เงินที่ยอมเสี่ยง ÷ (ระยะ Stop Loss เป็น Pip × มูลค่าต่อ Pip ของ 1.00 Lot)

เงินที่ยอมเสี่ยงและมูลค่าต่อ Pip ต้องอยู่ในสกุลเงินเดียวกัน เช่น ใช้ USD ทั้งสองค่าเมื่อคำนวณสำหรับบัญชี USD

ตัวอย่าง บัญชีมีเงิน 10,000 USD กำหนดความเสี่ยงตัวอย่าง 2% หรือ 200 USD และเทรด EUR/USD โดยตั้ง Stop Loss ห่างจากราคาเข้า 40 Pips

  • มูลค่าต่อ Pip ของ EUR/USD ขนาด 1.00 Lot ในบัญชี USD = 10 USD
  • ขนาด Lot = 200 ÷ (40 × 10) = 0.50 Lot
  • ตรวจสอบกลับ: 0.50 Lot มีมูลค่า 5 USD ต่อ Pip × 40 Pips = 200 USD

เมื่อจำนวนเงินที่ยอมเสี่ยงเท่าเดิม การเพิ่มระยะ Stop Loss จะทำให้ขนาด Lot ที่คำนวณได้ลดลง ส่วนการลดระยะ Stop Loss จะทำให้ขนาด Lot เพิ่มขึ้น

ใช้ เครื่องคำนวณขนาด Lot จากความเสี่ยงและระยะ Stop Loss ของ TMGM ช่วยตรวจสอบตัวเลข โดยเลือกคู่เงิน สกุลเงินบัญชี ยอดเงิน เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง และระยะ Stop Loss เป็น Pip

สัดส่วน 2% ใช้เพื่ออธิบายวิธีคำนวณ ตัวอย่างยังไม่รวมต้นทุนอื่น และผลขาดทุนจริงอาจสูงกว่าที่ประเมินไว้หากเกิด Slippage หรือราคากระโดด

6. ใช้ Pip กำหนดระยะ Trailing Stop

Trailing Stop คือการเลื่อน Stop Loss ตามราคา เมื่อราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ได้เปรียบ โดยรักษาระยะห่างตามที่กำหนด

(1) สถานะซื้อ (Buy) Stop Loss เลื่อนขึ้นตามราคาที่สูงขึ้น และคงระดับเดิมเมื่อราคาลดลง

(2) สถานะขาย (Sell) Stop Loss เลื่อนลงตามราคาที่ลดลง และคงระดับเดิมเมื่อราคาสูงขึ้น

บน MT4 และ MT5 เวอร์ชันเดสก์ท็อป ระยะ Trailing Stop ตั้งเป็น Points จึงต้องแปลงจาก Pip ก่อน เช่น EUR/USD ที่แสดงราคา 5 ตำแหน่ง

Trailing Stop 30 Pips = 300 Points

Trailing Stop จะเริ่มปรับ Stop Loss เมื่อสถานะมีกำไรเป็นระยะเท่ากับหรือมากกว่าค่าที่กำหนด

ตัวอย่าง ซื้อ EUR/USD ที่ 1.1200 ตั้ง Stop Loss เริ่มต้นไว้ที่ 1.1170 และกำหนด Trailing Stop 30 Pips

  • เมื่อราคา Bid ขึ้นถึง 1.1230 สถานะมีกำไรจากส่วนต่างราคา 30 Pips และเข้าเงื่อนไขเริ่มทำงาน

  • ระบบจะเลื่อน Stop Loss ไปที่ 1.1200 ซึ่งห่างจากราคา Bid 30 Pips และเท่ากับราคาเข้า ก่อนรวมค่าคอมมิชชันและ Swap

  • หากราคาเคลื่อนไหวสูงขึ้นต่อ Stop Loss จะเลื่อนตาม แต่หากราคาลดลง Stop Loss จะคงระดับล่าสุดไว้

Trailing Stop ทำงานผ่านโปรแกรมเทรดที่ต้องเปิดและเชื่อมต่ออยู่ หากปิดโปรแกรมหรือการเชื่อมต่อขาด ระบบจะหยุดเลื่อน Stop Loss ส่วนระดับ Stop Loss ล่าสุดที่ส่งสำเร็จแล้วจะยังคงอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์

7. บันทึกผลและทดสอบกลยุทธ์ในหน่วย Pip

การบันทึกผลเทรดเป็น Pip ช่วยแยกผลจากระยะราคาออกจากผลของขนาด Lot เช่น เปรียบเทียบว่ากลยุทธ์หนึ่งได้กำไรเฉลี่ยกี่ Pips ต่อออเดอร์ที่ชนะ และเสียเฉลี่ยกี่ Pips ต่อออเดอร์ที่ขาดทุน

ควรบันทึกผลควบคู่กันทั้ง จำนวน Pip จำนวนเงิน และความเสี่ยงต่อออเดอร์ เพราะจำนวน Pip เท่ากันอาจคิดเป็นเงินต่างกันเมื่อใช้คู่เงินหรือขนาด Lot ต่างกัน

สำหรับกลยุทธ์อัตโนมัติในรูปแบบ Expert Advisor (EA) สามารถใช้ Strategy Tester บน MT4 หรือ MT5 ทดสอบกับข้อมูลราคาในอดีต แล้วนำราคาเปิด–ปิดของแต่ละออเดอร์มาคำนวณผลเป็น Pip เพิ่มเติม

การประเมินผลควรรวม Spread ค่าคอมมิชชัน และ Swap ตามเงื่อนไขการทดสอบ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์หลังต้นทุน ศึกษาวิธีและข้อจำกัดเพิ่มเติมได้จาก คู่มือ Backtest Forex และการทดสอบกลยุทธ์ โดยผลทดสอบในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต

ใช้ Pip วิเคราะห์ราคาและตั้งเป้าตามสไตล์การเทรดอย่างไร?

Pip คือหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่เงิน ที่ช่วยให้เทรดเดอร์อ่านระยะบนกราฟได้ชัดเจนขึ้น การใช้ Pips ในฟอเร็กซ์จึงครอบคลุมทั้งการวัดระยะถึงแนวรับแนวต้าน การคำนวณระยะย่อตัว และการกำหนด Stop Loss หรือ Take Profit ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงวิธีนำหน่วย Pip มาใช้ประกอบการวิเคราะห์และวางแผนการเทรด

ใช้ Pip วัดระยะถึงราคากลมและแนวรับแนวต้าน

ราคากลม เช่น 1.1000 หรือ 1.2000 ของ EUR/USD เป็นระดับจิตวิทยาที่เทรดเดอร์มักจับตา และอาจใช้เป็นจุดอ้างอิงของ แนวรับและแนวต้าน การวัดระยะจากราคาปัจจุบันถึงระดับเหล่านี้เป็น Pip ช่วยให้เห็นว่าเป้าหมาย Take Profit หรือระดับ Stop Loss อยู่ห่างออกไปเท่าใด

ตัวอย่าง หาก EUR/USD อยู่ที่ 1.0970 และมีระดับราคาที่ต้องการจับตาที่ 1.1000 ระยะห่างจะเท่ากับ

ระยะห่าง = (1.1000 − 1.0970) ÷ 0.0001 = 30 Pips

ระยะ 30 Pips บอกว่าราคาอยู่ห่างจากระดับดังกล่าวเท่าใด ส่วนการประเมินว่าราคาจะชะลอ กลับตัว หรือทะลุผ่าน ต้องพิจารณาพฤติกรรมราคาและสภาพตลาดร่วมด้วย

วัดระยะ Fibonacci Retracement เป็น Pip

Fibonacci Retracement เป็นเครื่องมือที่ใช้ระบุระดับการย่อตัวภายในรอบการเคลื่อนไหวของราคา เมื่อนำสัดส่วนเปอร์เซ็นต์มาแปลงเป็น Pip จะเห็นระยะจากจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดของรอบราคาได้ชัดเจนขึ้น

ระยะย่อตัวเป็น Pip = ระยะการเคลื่อนไหวของรอบราคาเป็น Pip × สัดส่วน Retracement

ตัวอย่าง EUR/USD ปรับขึ้นจาก 1.1000 เป็น 1.1200 รวมระยะ 200 Pips หากวัดการย่อตัวลงจากจุดสูงสุดของรอบนี้

  • ระดับ 38.2% อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุด 200 × 0.382 = 76.4 Pips

  • ระดับ 61.8% อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุด 200 × 0.618 = 123.6 Pips

ระดับเหล่านี้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับสังเกตการตอบสนองของราคา การกำหนดจุดเข้า Stop Loss หรือ Take Profit ยังต้องพิจารณาสัญญาณและเงื่อนไขอื่นของแผนการเทรดร่วมด้วย

Slippage วัดเป็น Pip อย่างไร?

Slippage คือส่วนต่างระหว่างราคาที่คาดว่าจะได้รับกับราคาที่คำสั่งถูกดำเนินการจริง อาจเกิดขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนไหวรวดเร็วหรือสภาพคล่องต่ำ และเกิดได้ทั้งในทางที่ได้ราคาดีขึ้นหรือแย่ล

ตัวอย่าง ส่งคำสั่งซื้อ EUR/USD โดยคาดว่าจะได้ราคา 1.1200

  • หากคำสั่งถูกดำเนินการที่ 1.1202 จะได้ราคาซื้อสูงกว่าที่คาด 2 Pips เป็น Slippage ในทางเสียเปรียบ

  • หากคำสั่งถูกดำเนินการที่ 1.1198 จะได้ราคาซื้อต่ำกว่าที่คาด 2 Pips เป็น Slippage ในทางได้เปรียบ

การวัด Slippage เป็น Pip ช่วยให้เปรียบเทียบส่วนต่างของราคาที่ได้รับในแต่ละคำสั่งได้ เมื่อคำนวณกำไรขาดทุนจากราคาเปิดและราคาปิดที่ดำเนินการจริง ผลของ Slippage รวมอยู่ในส่วนต่างราคานั้นแล้ว จึงไม่ควรนำมาหักซ้ำ

ใช้ Pip ประเมินความเสี่ยงของคู่เงินที่มี Correlation

Correlation คือความสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหวระหว่างคู่เงิน โดยอาจเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน สวนทางกัน หรือมีความสัมพันธ์น้อย ความสัมพันธ์นี้เปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาที่วัดและสภาวะตลาด

ตัวอย่าง: การเปิดสถานะซื้อ EUR/USD และ GBP/USD พร้อมกันทำให้ทั้งสองสถานะมีความเสี่ยงต่อการแข็งค่าของ USD แม้ราคาของทั้งสองคู่จะไม่ได้เคลื่อนไหวเหมือนกันทุกครั้ง จึงควรพิจารณาความเสี่ยงรวมของสถานะที่เปิดอยู่ด้วย

สมมติเทรดในบัญชี USD โดยเปิดแต่ละคู่ขนาด 0.10 Lot มีมูลค่า 1 USD ต่อ Pip และตั้ง Stop Loss คู่ละ 30 Pips

  • EUR/USD: ความเสี่ยงตามระยะ Stop Loss 30 × 1 = 30 USD

  • GBP/USD: ความเสี่ยงตามระยะ Stop Loss 30 × 1 = 30 USD

  • หากทั้งสองสถานะปิดที่ Stop Loss ตามที่กำหนด ผลขาดทุนรวมจะเท่ากับ 60 USD ก่อนค่าคอมมิชชันและผลของ Slippage

Pip ช่วยวัดระยะความเสี่ยงของแต่ละสถานะ แต่การรวมความเสี่ยงควรแปลงเป็นเงินก่อน เพราะจำนวน Pips เท่ากันอาจมีมูลค่าต่างกันตามคู่เงินและขนาด Lot

เป้าหมาย Pip ตามสไตล์การเทรด

สไตล์การเทรดมีระยะเวลาถือสถานะและวิธีวิเคราะห์ต่างกัน เป้าหมาย Pip จึงต้องพิจารณาร่วมกับคู่เงิน ความผันผวน กรอบเวลาของกราฟ และระยะ Stop Loss

ตารางต่อไปนี้ใช้ ระยะเป้าหมายสมมติ สำหรับคู่เงินอย่าง EUR/USD หรือ GBP/USD เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างของแต่ละสไตล์ เป้าหมายจริงอาจต่างจากตัวอย่างได้ตามกลยุทธ์และสภาพตลาด

ตัวอย่างระยะเป้าหมาย Pip ตามสไตล์การเทรด

สไตล์การเทรดระยะเป้าหมายสมมติต่อออเดอร์ระยะถือสถานะโดยทั่วไปสิ่งที่ต้องพิจารณา
Scalping5–10 Pipsวินาทีถึงนาทีสเปรด ค่าคอมมิชชัน และความเร็วในการดำเนินการคำสั่งมีผลต่อเป้าหมายระยะสั้น
Day Trading10–20 Pipsนาทีถึงชั่วโมง โดยปิดสถานะภายในวันความผันผวนระหว่างวัน สภาพคล่อง และข่าวที่กระทบคู่เงิน
Swing Trading50–100 Pipsหลายวันถึงหลายสัปดาห์การแกว่งของราคาในรอบใหญ่ ระยะ Stop Loss และ Swap เมื่อถือข้ามคืน
Position Trading100 Pips ขึ้นไปหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหรือนานกว่าแนวโน้มระยะยาว ปัจจัยพื้นฐาน และต้นทุนการถือสถานะ

การตั้งเป้าหมาย Pip ควรเริ่มจากระดับราคาที่มีเหตุผลบนกราฟ แล้วประเมินระยะ Stop Loss อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน และต้นทุนการเทรดร่วมกัน จำนวน Pips ที่มากขึ้นไม่ได้บอกว่าจะได้กำไรมากขึ้นเสมอไป เพราะผลลัพธ์เป็นเงินยังขึ้นอยู่กับขนาด Lot และมูลค่าต่อ Pip

เทรด Forex CFD กับ TMGM และฝึกนับ Pip ด้วยบัญชีทดลอง

การเทรด Forex กับ TMGM เป็นการซื้อขายคู่สกุลเงินผ่าน สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) ซึ่งคำนวณผลจากส่วนต่างของราคาระหว่างการเปิดและปิดสถานะ โดยไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิง จำนวน Pips ที่ราคาขยับจึงใช้คำนวณกำไรขาดทุนเบื้องต้นได้ เมื่อทราบมูลค่าต่อ Pip และพิจารณาทิศทางของสถานะซื้อ (Buy) หรือขาย (Sell)

ฝึกนับ Pip ก่อนเทรดจริง

ผู้เริ่มต้นสามารถฝึกอ่านราคาและนับ Pip บน MetaTrader 4 (MT4) ผ่าน บัญชีทดลอง (Demo Account) ของ TMGM ซึ่งใช้เงินเสมือนสำหรับฝึกใช้งานแพลตฟอร์มและทดสอบวิธีคำนวณ ก่อนตัดสินใจเทรดด้วยเงินจริง

เปิดบัญชีทดลองดูแพลตฟอร์ม MT4

แนวทางฝึกใช้ Pips ในฟอเร็กซ์

  • ฝึกนับระยะราคา เลือกคู่เงิน เช่น EUR/USD หรือ GBP/USD แล้วคำนวณส่วนต่างระหว่างราคาเปิดกับราคาปิดเป็น Pip

  • ฝึกแปลง Pip เป็นเงิน ทดลองใช้ขนาด Lot ต่างกัน เพื่อดูว่าราคาที่ขยับเท่ากันส่งผลต่อกำไรขาดทุนอย่างไร

  • ทดลองตั้ง Stop Loss และ Take Profit กำหนดระยะเป็น Pip แล้วคำนวณจำนวนเงินที่อาจได้หรือเสียตามขนาดสถานะ

  • บันทึกและติดตามผล บันทึกผลแต่ละออเดอร์ทั้งเป็น Pip และเป็นเงิน หากต้องการตั้งการแจ้งเตือนราคา ให้แปลงระยะ Pip เป็นระดับราคาก่อน เช่น EUR/USD จาก 1.1000 ขึ้นไป 50 Pips จะอยู่ที่ 1.1050

นอกจากระยะ Pip แล้ว ควรตรวจสอบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไข Swap ของ ประเภทบัญชี TMGM ที่ใช้งาน เพราะต้นทุนเหล่านี้มีผลต่อกำไรขาดทุนสุทธิ การฝึกด้วยบัญชีทดลองช่วยให้เข้าใจวิธีใช้งาน แต่ผลลัพธ์จากการทดลองไม่ได้รับประกันผลการเทรดด้วยเงินจริง

CFD เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เลเวอเรจและมีความเสี่ยงสูง ไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกคน ก่อนเทรดควรเข้าใจความเสี่ยง และพิจารณาความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์และสถานะทางการเงินของตนเอง

สรุป Pip คือหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงราคา

Pip คือหน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่สกุลเงินในตลาด Forex โดย Pip ย่อมาจาก Percentage in Point ส่วน Pips เป็นรูปพหูพจน์ของคำเดียวกัน คู่เงินส่วนใหญ่มีขนาด 1 Pip เท่ากับ 0.0001 ส่วนคู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลเงินอ้างอิงมีขนาด 1 Pip เท่ากับ 0.01

คำตอบของ 1 Pip เท่ากับกี่จุด ขึ้นอยู่กับจำนวนตำแหน่งทศนิยมที่แพลตฟอร์มแสดง สำหรับคู่เงินทั่วไปที่แสดงราคา 5 ตำแหน่ง หรือคู่ JPY ที่แสดงราคา 3 ตำแหน่ง จะเท่ากับ 10 Points แต่หากแสดงราคา 4 หรือ 2 ตำแหน่งตามลำดับ จะเท่ากับ 1 Point

มูลค่าต่อ Pip ขึ้นอยู่กับขนาด Pip ขนาดสัญญา จำนวน Lot และอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้แปลงเป็นสกุลเงินบัญชี จึงไม่ได้เท่ากับ 10 USD ทุกกรณี ก่อนเทรดจริง ควรฝึกนับ Pip และแปลงเป็นเงินด้วยบัญชีทดลอง ตรวจผลลัพธ์กับ เครื่องคำนวณกำไรของ TMGM และประเมินต้นทุนกับความเสี่ยงของแต่ละสถานะร่วมกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Pip และ Pips ใน Forex

1 Pip เท่ากับกี่จุด?

+

1 Point เท่ากับกี่ Pip?

+

1 Pip เท่ากับกี่ดอลลาร์?

+

1 Pip เท่ากับกี่บาท?

+

1 Pip ทอง (XAUUSD) เท่ากับกี่จุด?

+
TMGM
Trade The World
ทีม TMGM Academy และ Market Insights เป็นกลุ่มนักวิเคราะห์ทางการเงินและนักกลยุทธ์การเทรด ด้วยการเข้าถึงข้อมูลสถาบันแบบเรียลไทม์และประสบการณ์การดำเนินงานในตลาดมากกว่าทศวรรษ ทีมให้การวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฟอเร็กซ์ ทองคำ คริปโตเคอร์เรนซี หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น น้ำมัน) และดัชนี เนื้อหาของเราถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ตามที่ระบุไว้ในหน้าประกาศนโยบายบรรณาธิการของเรา TMGM ปฏิบัติตามแนวทางของ ASIC และ VFSC
เข้าร่วมกับลูกค้ามากกว่า 1,000,000 คนบนแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับรางวัลของเรา
1
สมัครบัญชีจริง
2
ฝากเงิน
เข้าบัญชี
3
เริ่มเทรด
ได้ทันที
เปิดบัญชี