บทความ

สเปรด (Spread) ใน Forex คืออะไร? ค่าสเปรดคำนวณอย่างไร

สเปรด (Spread) หรือค่าสเปรด คือส่วนต่างระหว่างราคาเสนอขาย (Ask) และราคาเสนอซื้อ (Bid) ของคู่สกุลเงินในตลาด Forex ผู้เทรดซื้อที่ราคา Ask และขายที่ราคา Bid ส่วนต่างนี้จึงเป็นต้นทุนที่รวมอยู่ในราคาซื้อขาย โดยค่าสเปรดของคู่เงินมักวัดเป็นหน่วย Pip

บทความนี้อธิบายความหมายของสเปรดใน Forex วิธีอ่านราคา Bid และ Ask และวิธีคำนวณค่าสเปรดทั้งเป็น Pip และเป็นเงิน พร้อมเปรียบเทียบสเปรดคงที่กับสเปรดลอยตัว อธิบายสาเหตุที่ทำให้สเปรดถ่าง และต้นทุนอื่นที่ควรพิจารณาร่วมกัน

ค่าสเปรดใน Forex คืออะไร และมีผลต่อการเทรดอย่างไร?

ค่าสเปรดเป็นต้นทุนจากส่วนต่างของราคาซื้อและราคาขาย ซึ่งสะท้อนอยู่ในกำไรขาดทุนของสถานะ คำว่า “สเปรด” “ค่าสเปรด” และ “ค่า Spread” ในบริบทการเทรด Forex จึงหมายถึงส่วนต่างราคาเดียวกัน

เมื่อเปิดสถานะแล้วปิดทันที โดยราคา Bid และ Ask ยังไม่เปลี่ยน ผลขาดทุนจากส่วนต่างราคาจะเท่ากับค่าสเปรดตามขนาดสถานะที่เทรด เช่น การเปิด Buy ใช้ราคา Ask แต่การปิด Buy ใช้ราคา Bid ซึ่งโดยทั่วไปต่ำกว่า Ask จึงเป็นเหตุผลที่ยอดกำไรขาดทุนมักเริ่มต้นติดลบหลังเปิดสถานะ

สำหรับสถานะ Buy ราคา Bid ต้องขึ้นมาถึงราคา Ask ที่ใช้เปิดสถานะจึงจะคุ้มทุน ส่วนสถานะ Sell ราคา Ask ต้องลงมาถึงราคา Bid ที่ใช้เปิดสถานะ ทั้งสองกรณียังไม่รวมค่าคอมมิชชั่น Swap หรือต้นทุนอื่น

สเปรดของคู่เงินมักแสดงเป็นหน่วย Pip โดยแบ่งลักษณะของส่วนต่างราคาได้ดังนี้

  • สเปรดแคบ (Tight Spread): ราคา Bid และ Ask อยู่ใกล้กัน ทำให้ต้นทุนจากสเปรดต่ำกว่าเมื่อเทรดคู่เงินเดียวกันด้วยขนาดสถานะเท่ากัน

  • สเปรดกว้าง (Wide Spread): ราคา Bid และ Ask อยู่ห่างกัน ทำให้ต้นทุนจากสเปรดสูงขึ้น และราคาต้องเคลื่อนไหวในทิศทางที่ต้องการมากขึ้นจึงจะคุ้มทุน หากสเปรดยังคงเท่าเดิม

Spread อ่านว่า “สเปรด” และในบริบทการเงินหมายถึง “ส่วนต่าง” สำหรับตลาด Forex ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายนี้เรียกว่า Bid–Ask Spread ซึ่งพบได้ในตลาดหุ้นเช่นกัน ส่วน Spread ในผลิตภัณฑ์การเงินอื่นอาจหมายถึงส่วนต่างประเภทอื่นและใช้วิธีคำนวณต่างกัน

Bid และ Ask คืออะไร? ใช้ราคาไหนเมื่อเปิด–ปิดสถานะ

Bid คือราคาเสนอซื้อ ส่วน Ask คือราคาเสนอขาย ชื่อเหล่านี้อ้างอิงจากฝั่งผู้เสนอราคา ผู้เทรดจึงขายที่ราคา Bid และซื้อที่ราคา Ask โดยใช้แต่ละราคาเมื่อเปิดและปิดสถานะดังนี้

  • ราคา Bid (ราคาเสนอซื้อ) ราคาที่ผู้เสนอราคาพร้อมรับซื้อจากผู้เทรด ใช้เมื่อเปิดสถานะ Sell หรือปิดสถานะ Buy
  • ราคา Ask (ราคาเสนอขาย)ราคาที่ผู้เสนอราคาพร้อมขายให้ผู้เทรด ใช้เมื่อเปิดสถานะ Buy หรือปิดสถานะ Sell บางแพลตฟอร์มใช้คำว่า Offer แทน Ask

จำง่าย ๆ ว่า Buy เปิดที่ Ask และปิดที่ Bid ส่วน Sell เปิดที่ Bid และปิดที่ Ask ช่องว่างระหว่างสองราคาคือค่าสเปรดที่เห็นบนหน้าจอเทรด การเข้าใจว่าต้องใช้ราคาฝั่งใดช่วยให้อ่านต้นทุนและกำไรขาดทุนของสถานะได้ถูกต้อง

คำนวณค่าสเปรด (Spread) ใน Forex อย่างไร?

ค่าสเปรดใน Forex คำนวณจากราคา Ask ลบราคา Bid แล้วหารด้วยขนาดราคา 1 Pip ของคู่เงินนั้น หากต้องการแปลงค่าสเปรดเป็นเงิน ให้นำจำนวน Pip ที่ได้คูณกับมูลค่าต่อ Pip ตามขนาดสถานะที่เทรด

การคำนวณแบ่งเป็น 3 ขั้น ได้แก่ หาส่วนต่างราคา แปลงเป็น Pip และคำนวณต้นทุนเป็นเงิน โดยแต่ละขั้นให้ผลลัพธ์คนละหน่วย ดังนี้

สูตรคำนวณค่าสเปรด 3 ขั้น

ขั้นสูตรหน่วยของผลลัพธ์
1. หาส่วนต่างราคาAsk − Bidหน่วยราคา เช่น 0.0002
2. แปลงสเปรดเป็น Pip(Ask − Bid) ÷ ขนาดราคา 1 PipPip
3. แปลงค่าสเปรดเป็นเงินสเปรดในหน่วย Pip × มูลค่าต่อ Pip ของสถานะนั้นสกุลเงิน เช่น USD

ข้อควรจำ: ผลลัพธ์จาก Ask − Bid เป็นส่วนต่างราคา ยังไม่ใช่จำนวน Pip จึงต้องหารด้วยขนาดราคา 1 Pip ก่อน

ขนาดราคา 1 Pip ของคู่เงินทั่วไปและคู่เงิน JPY

คู่เงิน Forex ส่วนใหญ่มีขนาดราคา 1 Pip เท่ากับ 0.0001 ส่วนคู่เงินที่มีเยนญี่ปุ่น (JPY) เป็นสกุลเงินอ้างอิงมีขนาดราคา 1 Pip เท่ากับ 0.01 จึงต้องใช้ตัวหารให้ตรงกับคู่เงินที่คำนวณ

ประเภทคู่เงินตัวอย่างขนาดราคา 1 Pipขนาดราคา 1 Pipette
คู่เงินส่วนใหญ่ที่ไม่ได้อ้างอิง JPYEUR/USD, GBP/USD, AUD/USD0.00010.00001 หรือทศนิยมตำแหน่งที่ 5
คู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลเงินอ้างอิงUSD/JPY, EUR/JPY, GBP/JPY0.010.001 หรือทศนิยมตำแหน่งที่ 3

หลายแพลตฟอร์มแสดงราคาละเอียดกว่าระดับ Pip อีกหนึ่งตำแหน่ง เรียกว่า Fractional Pip หรือ Pipette ซึ่งมีขนาดเท่ากับ 0.1 Pip ดังนั้น ตัวเลขทศนิยมตำแหน่งสุดท้ายที่เห็นบนหน้าจอจึงไม่ใช่หน่วย Pip เสมอไป อ่านวิธีแยกหน่วยและนับระยะราคาเพิ่มเติมได้ที่ ความแตกต่างระหว่าง Pip กับ Point

สำหรับทองคำ ดัชนี และสินทรัพย์อื่น หน่วยราคาอาจต่างจากคู่เงิน Forex จึงควรตรวจสอบสเปกของตราสารก่อนนำสูตรไปใช้

ตัวอย่างคำนวณสเปรด EUR/USD และ USD/JPY

ตัวเลขต่อไปนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ ไม่ใช่ราคาหรือค่าสเปรดปัจจุบันของ TMGM

ตัวอย่างที่ 1 คำนวณสเปรด EUR/USD 
สมมติราคา Bid = 1.1000 และ Ask = 1.1002 โดย EUR/USD มีขนาดราคา 1 Pip เท่ากับ 0.0001

  • ส่วนต่างราคา: 1.1002 − 1.1000 = 0.0002
  • สเปรดในหน่วย Pip: 0.0002 ÷ 0.0001 = 2 Pips

ดังนั้น สเปรด EUR/USD ในตัวอย่างนี้เท่ากับ 2 Pips ส่วนต้นทุนเป็นเงินจะขึ้นอยู่กับขนาด Lot ที่เทรด

ตัวอย่างที่ 2 คำนวณสเปรด USD/JPY 
สมมติราคา Bid = 150.20 และ Ask = 150.23 โดย USD/JPY มีขนาดราคา 1 Pip เท่ากับ 0.01

  • ส่วนต่างราคา: 150.23 − 150.20 = 0.03
  • สเปรดในหน่วย Pip: 0.03 ÷ 0.01 = 3 Pips

ทั้งสองตัวอย่างใช้สูตรเดียวกัน แต่ใช้ขนาดราคา 1 Pip ต่างกัน จึงไม่ควรนำตัวหาร 0.0001 ไปใช้กับคู่เงิน JPY

วิธีดูค่าสเปรดบน MT4/MT5 และแปลง Point เป็น Pip

บน MT4/MT5 สามารถดูค่าสเปรดได้จากส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask หรือเปิดคอลัมน์ Spread ในหน้าต่าง Market Watch โดยค่าที่แสดงในคอลัมน์นี้เป็นหน่วย Point จึงต้องแปลงหน่วยก่อนอ่านเป็น Pip

ตัวอย่างสเปรดเมื่อแพลตฟอร์มแสดงจำนวนทศนิยมต่างกัน

คู่เงินและรูปแบบราคาBidAskขนาดราคา 1 Pointสเปรดในหน่วย Pointสเปรดในหน่วย Pip
EUR/USD4 ตำแหน่ง1.10001.10020.000122
EUR/USD5 ตำแหน่ง1.100001.100120.00001121.2
USD/JPY2 ตำแหน่ง150.20150.230.0133
USD/JPY3 ตำแหน่ง150.200150.2080.00180.8

ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายการอ่านหน่วย ไม่ใช่ราคาหรือค่าสเปรดปัจจุบันของ TMGM

สำหรับคู่เงินทั่วไปที่แสดงราคา 5 ตำแหน่ง และคู่เงิน JPY ที่แสดงราคา 3 ตำแหน่ง 1 Pip = 10 Points จึงนำค่า Spread ในหน่วย Point มาหาร 10 ได้ เช่น 12 Points เท่ากับ 1.2 Pips

หากคู่เงินแสดงราคาเพียง 4 ตำแหน่ง หรือ 2 ตำแหน่งสำหรับคู่เงิน JPY โดยทั่วไป 1 Pip = 1 Point จึงไม่ต้องหาร 10 ความสัมพันธ์นี้ไม่ควรนำไปใช้กับทองคำหรือสินทรัพย์อื่นโดยไม่ตรวจสอบหน่วยราคาก่อน

วิธีเปิดคอลัมน์ Spread ใน MT4/MT5

  • เปิดหน้าต่าง Market Watch จากเมนู View → Market Watch หรือกด Ctrl + M
  • คลิกขวาภายในหน้าต่าง Market Watch
  • บน MT4 เลือก Spread ส่วน MT5 เลือก Columns → Spread
  • อ่านค่าสเปรดของคู่เงินที่ต้องการ แล้วแปลงจาก Point เป็น Pip ตามจำนวนทศนิยมของราคาที่แสดง

หากต้องการเห็นส่วนต่างราคาบนกราฟ ให้คลิกขวาบนกราฟ เลือก Properties แล้วเปิดการแสดงเส้นราคา Ask ควบคู่กับ Bid สำหรับ MT5 ตัวเลือกนี้อยู่ในแท็บ Show ชื่อ Show Ask price line

กราฟ Forex โดยทั่วไปสร้างจากราคา Bid การเปิดเส้น Ask จึงช่วยให้เห็นส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย ณ ขณะนั้น

ค่าสเปรดคิดเป็นเงินเท่าไหร่? วิธีคำนวณตามขนาด Lot

ต้นทุนสเปรดเป็นเงิน = สเปรดในหน่วย Pip × มูลค่าต่อ Pip ของสถานะที่เทรด แม้สองสถานะจะมีสเปรดเท่ากัน แต่สถานะที่มีขนาด Lot มากกว่าจะมีต้นทุนสเปรดเป็นเงินสูงกว่า

สำหรับคู่เงิน Forex สามารถคำนวณมูลค่าต่อ Pip ได้จากสูตรนี้

มูลค่าต่อ Pip ในสกุลเงินอ้างอิง = ขนาดราคา 1 Pip × ขนาดสัญญาต่อ 1 Lot × จำนวน Lot

สกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency) คือสกุลเงินตัวหลังของคู่เงิน เช่น USD ใน EUR/USD และ JPY ใน USD/JPY หากสกุลเงินอ้างอิงต่างจากสกุลเงินบัญชี ต้องแปลงผลลัพธ์เป็นสกุลเงินบัญชีอีกขั้นหนึ่ง

ตัวอย่างต้นทุนสเปรด EUR/USD 2 Pips ตามขนาด Lot

สมมติขนาดสัญญา 1.00 Lot เท่ากับ 100,000 EUR และใช้บัญชีสกุลเงิน USD

ขนาดสถานะวิธีคำนวณมูลค่าต่อ Pipมูลค่าต่อ Pipต้นทุนสเปรด 2 Pips
1.00 Lot0.0001 × 100,000 × 1.0010 USD2 × 10 = 20 USD
0.10 Lot0.0001 × 100,000 × 0.101 USD2 × 1 = 2 USD
0.01 Lot0.0001 × 100,000 × 0.010.10 USD2 × 0.10 = 0.20 USD

ในตัวอย่างนี้ สกุลเงินอ้างอิงและสกุลเงินบัญชีเป็น USD เหมือนกัน จึงไม่ต้องแปลงค่าเงิน ตัวเลขยังไม่รวมค่าคอมมิชชั่น Swap หรือต้นทุนอื่น

ตัวอย่างต้นทุนสเปรด USD/JPY 3 Pips ขนาด 1.00 Lot

ตัวอย่าง ต้นทุนสเปรด USD/JPY 3 Pips ขนาด 1.00 Lot

สมมติขนาดสัญญา 100,000 USD ต่อ 1.00 Lot ใช้บัญชี USD และใช้อัตราแปลงสมมติ 1 USD = 150 JPY

  • มูลค่าต่อ Pip: 0.01 × 100,000 × 1.00 = 1,000 JPY
  • ต้นทุนสเปรด: 3 × 1,000 = 3,000 JPY
  • แปลงเป็นสกุลเงินบัญชี: 3,000 ÷ 150 ≈ 20 USD

เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนไป ต้นทุนสเปรดที่แปลงเป็น USD ก็เปลี่ยนตาม แม้จำนวน Pip และขนาด Lot จะเท่าเดิม

ค่าสเปรดรวมอยู่ในราคาซื้อขาย เช่น หากเปิด Buy ที่ Ask แล้วปิดทันทีที่ Bid โดยราคาทั้งสองยังไม่เปลี่ยน ผลขาดทุนจากส่วนต่างราคาจะเท่ากับสเปรดหนึ่งช่วง จึงไม่ต้องนำค่าสเปรดเต็มจำนวนมาคูณสองในตัวอย่างนี้ อย่างไรก็ตาม หากถือสถานะไว้จนราคาและสเปรดเปลี่ยน การคำนวณกำไรขาดทุนจริงต้องใช้ราคาที่เปิดและปิดสถานะจริง

สามารถใช้ เครื่องคำนวณกำไรของ TMGM เพื่อประมาณต้นทุนจากสเปรดตามชุดราคาที่ต้องการได้ โดยทำดังนี้

  1. เลือกคู่เงิน สกุลเงินบัญชี และขนาด Lot

  2. เลือกทิศทาง Buy

  3. ใส่ราคา Ask เป็นราคาเปิด และราคา Bid เป็นราคาปิด โดยใช้ราคาจากเวลาเดียวกัน

  4. กดคำนวณ ขนาดของผลขาดทุนที่ได้คือประมาณการต้นทุนจากสเปรดของสถานะนั้น

ตัวอย่าง EUR/USD ขนาด 1.00 Lot ในบัญชี USD เมื่อใส่ราคาเปิด 1.1002 และราคาปิด 1.1000 ผลลัพธ์ตามสมมติฐานข้างต้นจะเท่ากับ −20 USD หรือมีต้นทุนจากสเปรดประมาณ 20 USD โดยเครื่องคำนวณไม่ได้หักค่าคอมมิชชั่นหรือ Swap ให้อัตโนมัติ จึงต้องพิจารณาต้นทุนเหล่านี้เพิ่มเติมเมื่อต้องการประเมินผลสุทธิ

สเปรดใน Forex มีกี่ประเภท? สเปรดคงที่และสเปรดลอยตัว

สเปรดใน Forex แบ่งตามรูปแบบการกำหนดราคาได้ 2 ประเภทหลัก ได้แก่ สเปรดคงที่ (Fixed Spread) และสเปรดลอยตัว (Variable Spread หรือ Floating Spread) ความแตกต่างอยู่ที่ค่าสเปรดถูกกำหนดไว้ตามเงื่อนไขบัญชี หรือปรับเปลี่ยนตามสภาพตลาด ซึ่งมีผลต่อการประเมินต้นทุนก่อนเทรด

Fixed Spread หรือสเปรดคงที่ คืออะไร?

Fixed Spread คือค่าสเปรดที่โบรกเกอร์กำหนดให้คงที่ตามเงื่อนไขของบัญชี ราคา Bid และ Ask ยังเคลื่อนไหวได้ แต่ส่วนต่างระหว่างสองราคาถูกกำหนดไว้ตามอัตราที่ระบุ ช่วยให้ผู้เทรดประเมินต้นทุนจากสเปรดได้ง่ายขึ้นเมื่อทราบคู่เงินและขนาด Lot ที่จะเทรด

อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบว่าเงื่อนไขสเปรดคงที่ครอบคลุมช่วงเวลาและสถานการณ์ใดบ้าง บางผู้ให้บริการอาจกำหนดข้อยกเว้นในช่วงข่าวสำคัญหรือตลาดผิดปกติ การวางแผนต้นทุนจึงควรอ้างอิงข้อกำหนดของบัญชีที่ใช้จริง

Variable Spread หรือ Floating Spread คืออะไร?

Variable Spread หรือ Floating Spread คือค่าสเปรดลอยตัวที่เปลี่ยนแปลงตามสภาพคล่อง ความผันผวน และเงื่อนไขการเสนอราคาของโบรกเกอร์ ช่วงที่สภาพคล่องสูงและตลาดค่อนข้างสงบ สเปรดมักแคบลง ส่วนช่วงข่าวสำคัญหรือสภาพคล่องต่ำ สเปรดอาจกว้างขึ้น

ข้อดีคือผู้เทรดอาจได้ค่าสเปรดที่แคบในช่วงที่สภาพตลาดเอื้ออำนวย แต่ต้องเผื่อต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเปิดหรือปิดสถานะในช่วงที่สเปรดถ่าง จึงควรตรวจสอบค่าสเปรดขณะส่งคำสั่ง แทนการอ้างอิงเฉพาะตัวเลขสเปรดขั้นต่ำที่โบรกเกอร์ระบุ

สเปรดคงที่กับสเปรดลอยตัวต่างกันอย่างไร?

ประเด็นFixed Spreadสเปรดคงที่Variable Spreadสเปรดลอยตัว
การกำหนดค่าสเปรดกำหนดไว้ตามเงื่อนไขของบัญชีเปลี่ยนตามสภาพตลาดและเงื่อนไขการเสนอราคา
ช่วงสภาพคล่องสูงโดยทั่วไปคงอัตราที่กำหนดไว้มักแคบลงเมื่อสภาพตลาดเอื้ออำนวย
ช่วงข่าวหรือตลาดผันผวนต้องตรวจสอบข้อยกเว้นของผู้ให้บริการอาจกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
การประเมินต้นทุนประเมินต้นทุนส่วนสเปรดล่วงหน้าได้ง่ายกว่าต้องเผื่อการเปลี่ยนแปลงของสเปรด
สิ่งที่ควรตรวจสอบอัตราสเปรด ช่วงเวลาที่ใช้ และข้อยกเว้นสเปรดในช่วงที่เทรดจริง รวมถึงช่วงที่กว้างผิดปกติ

สเปรดคงที่และสเปรดลอยตัวไม่มีแบบใดให้ต้นทุนต่ำกว่าเสมอไป ควรเปรียบเทียบคู่เงินเดียวกัน ขนาด Lot เท่ากัน และช่วงเวลาที่คุณเทรดจริง พร้อมพิจารณาค่าคอมมิชชั่นและ Swap หากถือสถานะข้ามคืน สำหรับ TMGM สามารถตรวจสอบรายละเอียดสเปรดและค่าคอมมิชชั่นได้ที่หน้า ประเภทบัญชีเทรด TMGM

นอกจากนี้ ประเภทของสเปรดเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกคุณภาพการดำเนินการคำสั่ง การเสนอราคาใหม่ (Requote) เกี่ยวข้องกับวิธีดำเนินการคำสั่ง เช่น ระบบ Instant Execution ส่วน Slippage คือการได้ราคาซื้อขายจริงต่างจากราคาที่คาดไว้ จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขการดำเนินการคำสั่งควบคู่กับค่าสเปรดด้วย

7 ปัจจัยที่ทำให้ค่าสเปรดใน Forex เปลี่ยนแปลง

ค่าสเปรดใน Forex เปลี่ยนแปลงตามสภาพคล่อง ช่วงเวลาเทรด ความผันผวน และเงื่อนไขการเสนอราคาของโบรกเกอร์ เมื่อราคา Bid และ Ask ขยับห่างกัน สเปรดจะกว้างขึ้น แต่เมื่อสองราคาเข้าใกล้กัน สเปรดจะแคบลง โดยเฉพาะบัญชีที่ใช้สเปรดลอยตัว ซึ่งปรับเปลี่ยนตามสภาพตลาด

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของค่าสเปรดมีดังนี้

1. สภาพคล่องของคู่เงิน

สภาพคล่องต่ำเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สเปรดกว้างขึ้น เมื่อผู้ซื้อและผู้ขายในคู่เงินนั้นน้อยลง คำสั่งที่รออยู่ในตลาดก็ลดลง ผู้ให้สภาพคล่องจึงเสนอราคา Bid และ Ask ห่างกันมากขึ้น คู่เงินหลัก เช่น EUR/USD หรือ USD/JPY มักมีสภาพคล่องสูงและสเปรดแคบกว่าคู่เงินรองหรือคู่เงินที่มีสภาพคล่องต่ำ

สำหรับเทรดเดอร์ไทย ช่วงที่สภาพคล่องมักบางที่สุดคือช่วงรอยต่อวันเทรด (rollover) ราว 04:00 น. ตามเวลาไทยในช่วงที่สหรัฐฯ ใช้เวลาออมแสง หรือราว 05:00 น. ในช่วงเวลามาตรฐานของสหรัฐฯ ช่วงนี้สเปรดอาจถ่างขึ้นชั่วคราว (Spread Spike) และเป็นช่วงที่มีการคิด swap ผู้ที่ถือสถานะ Sell ข้ามวันควรระวังเป็นพิเศษ เพราะ Stop Loss ของสถานะ Sell ตรวจด้วยราคา Ask จึงอาจถูกกระตุ้นได้แม้เส้นราคา Bid บนกราฟยังไปไม่ถึงระดับนั้น

2. ช่วงเวลาเทรดและช่วงที่ Session ทับซ้อนกัน

ค่าสเปรดมักเปลี่ยนตามกิจกรรมการซื้อขายในแต่ละช่วงตลาด ช่วงที่ Session ลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทับซ้อนกัน โดยทั่วไปมีสภาพคล่องสูง โดยเฉพาะคู่เงินอย่าง EUR/USD และ GBP/USD จึงมักเอื้อต่อสเปรดที่แคบลง แต่หากมีข่าวสำคัญ สเปรดก็อาจกว้างขึ้นได้

ตามกรอบ Session ที่ใช้ในบทความเวลาตลาด Forex ช่วงลอนดอน–นิวยอร์กทับซ้อนกันตามเวลาไทยอยู่ที่ประมาณ

  • 19:00–23:00 น. เมื่อสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรใช้เวลาออมแสงพร้อมกัน

  • 20:00–00:00 น. เมื่อทั้งสองประเทศใช้เวลามาตรฐานพร้อมกัน

  • 19:00–00:00 น. ในช่วงรอยต่อที่สองประเทศเปลี่ยนเวลาไม่พร้อมกัน

อีกช่วงที่ควรสังเกตคือ รอยต่อวันเทรด (Rollover) ซึ่งสภาพคล่องอาจลดลงและสเปรดถ่างชั่วคราว หากอ้างอิงเวลา 17:00 น. ของนิวยอร์ก จะตรงกับประมาณ 04:00 น. ของวันถัดไปตามเวลาไทยเมื่อสหรัฐฯ ใช้เวลาออมแสง หรือประมาณ 05:00 น. เมื่อใช้เวลามาตรฐาน ส่วนเวลาคิด Swap และช่วงพักการซื้อขายให้ตรวจสอบตามเงื่อนไขของโบรกเกอร์และตราสาร ดูรายละเอียดแต่ละ Session และการเปลี่ยนเวลาได้ที่ ตารางเวลาตลาด Forex ตามเวลาไทย

3. ความผันผวนและข่าวเศรษฐกิจสำคัญ

เมื่อราคาคู่เงินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ผู้ให้สภาพคล่องอาจขยายส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ค่าสเปรดจึงอาจกว้างขึ้นในช่วงก่อนและหลังการประกาศข่าว โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลต่างจากที่ตลาดคาดไว้มาก

ตัวอย่างเช่น การประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls หรือ NFP) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายงาน Employment Situation โดยปกติประกาศเวลา 08:30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ หรือเวลาไทยดังนี้

  • 19:30 น. เมื่อสหรัฐฯ ใช้เวลาออมแสง

  • 20:30 น. เมื่อสหรัฐฯ ใช้เวลามาตรฐาน

วันประกาศมักเป็นวันศุกร์ช่วงต้นเดือน แต่อาจเปลี่ยนตามกำหนดการหรือวันหยุด จึงควรตรวจสอบวัน เวลา และเขตเวลาที่แสดงใน ปฏิทินเศรษฐกิจ ก่อนวางแผนเทรด

4. เหตุการณ์ระดับโลกที่เพิ่มความไม่แน่นอน

ความตึงเครียดทางการเมือง วิกฤตเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์ที่ตลาดไม่คาดคิด อาจทำให้ผู้ลงทุนปรับสถานะอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ผู้ให้สภาพคล่องอาจลดปริมาณการเสนอราคาหรือขยายส่วนต่างราคาเพื่อบริหารความเสี่ยง

หากความผันผวนเพิ่มขึ้นพร้อมกับสภาพคล่องที่ลดลง สเปรดใน Forex อาจกว้างขึ้นมากกว่าช่วงปกติ โดยผลกระทบจะแตกต่างกันตามคู่เงินและความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้น

5. การเปลี่ยนแปลงความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ย

การประกาศอัตราดอกเบี้ยหรือส่งสัญญาณนโยบายของธนาคารกลางที่ต่างจากคาด อาจทำให้ราคาคู่เงินเคลื่อนไหวเร็วและผู้ให้สภาพคล่องปรับการเสนอราคา ส่งผลให้ค่าสเปรดเปลี่ยนแปลงในช่วงนั้น

ผลต่อสเปรดจึงมักเกิดทางอ้อมผ่านความผันผวนและสภาพคล่อง ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินเกี่ยวข้องกับอัตรา Swap มากกว่า จึงควรแยกต้นทุนจากส่วนต่างราคาซื้อขายออกจากยอดที่จ่ายหรือได้รับเมื่อถือสถานะข้ามคืน

6. แหล่งราคาและรูปแบบการคิดค่าบริการของโบรกเกอร์

ค่าสเปรดที่ผู้เทรดเห็นขึ้นอยู่กับแหล่งสภาพคล่อง วิธีรวมราคา และส่วนเพิ่มราคา (Markup) หากมี รวมถึงเงื่อนไขของแต่ละบัญชี ทำให้คู่เงินเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกันอาจมีสเปรดต่างกันระหว่างผู้ให้บริการหรือประเภทบัญชี

บางบัญชีเสนอสเปรดแคบและคิดค่าคอมมิชชั่นแยก ขณะที่บางบัญชีรวมค่าบริการไว้ในสเปรด การเปรียบเทียบจึงควรดูทั้งค่าสเปรดและค่าคอมมิชชั่น

7. การขัดข้องของระบบหรือแหล่งราคา

หากระบบของผู้ให้สภาพคล่องหรือแหล่งราคาบางแห่งขัดข้อง โบรกเกอร์อาจได้รับราคาเสนอซื้อและเสนอขายจากแหล่งที่จำกัดลง ซึ่งอาจทำให้สเปรดกว้างผิดปกติหรือการเสนอราคาหยุดชะงักชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของผู้เทรดอาจทำให้ราคาบนหน้าจออัปเดตล่าช้า จึงควรแยกปัญหาการแสดงราคาออกจากการเปลี่ยนแปลงของค่าสเปรดจริง

แม้สภาพคล่องสูงมักเอื้อต่อสเปรดที่แคบ แต่ไม่มีช่วงเวลาใดรับประกันว่าค่าสเปรดจะต่ำตลอด ควรตรวจสอบสเปรดของคู่เงินที่ต้องการเทรดในขณะส่งคำสั่ง โดยเฉพาะช่วงข่าวสำคัญและรอยต่อวันเทรด

Spread ถ่าง (สเปรดกว้าง) คืออะไร และเกิดขึ้นตอนไหน?

สเปรดถ่าง คือภาวะที่ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask ของคู่เงินใน Forex กว้างขึ้นจากระดับปกติ ทำให้ต้นทุนจากค่าสเปรดสูงขึ้นเมื่อเทรดด้วยขนาดสถานะเท่าเดิม และอาจกระทบกำไรขาดทุนของสถานะที่เปิดอยู่

  • สภาพคล่องต่ำ เช่น ช่วงท้ายตลาดนิวยอร์ก ช่วงเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ หรือวันหยุดของศูนย์กลางการเงินสำคัญ ซึ่งอาจมีราคาเสนอซื้อและเสนอขายรองรับการเทรดน้อยลง
  • ช่วงประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ ก่อนและหลังการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจหรือผลประชุมธนาคารกลาง ราคาอาจเคลื่อนไหวเร็วและค่าสเปรดอาจกว้างขึ้น
  • ตลาดผันผวนรุนแรง เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ตลาดไม่คาดคิด ผู้ให้สภาพคล่องอาจขยายส่วนต่างราคาเพื่อรองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
  • ช่วงเปลี่ยนวันเทรด (Rollover) สภาพคล่องอาจลดลงชั่วคราวในช่วงรอยต่อวัน ทำให้สเปรดถ่างได้ เวลาที่แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและช่วงเวลาออมแสง

สเปรดถ่างมีผลต่อ Stop Loss และ Take Profit อย่างไร?

ค่าสเปรดที่กว้างขึ้นมีผลต่อทั้งราคาที่ใช้ปิดสถานะและราคาที่ใช้ตรวจเงื่อนไขคำสั่ง สำหรับคู่เงิน Forex บน MT4/MT5 การตรวจระดับ Stop Loss และ Take Profit ใช้ราคาดังนี้

Bid / Ask กับคำสั่ง Stop Loss และ Take Profit

SL และ TP ใช้ราคาไหนตรวจเงื่อนไข?

สถานะ Buy

SL และ TP ตรวจเงื่อนไขด้วย

ราคา Bid

Ask · เสนอขาย1.1002
สเปรด 2 pips
Bid · เสนอซื้อ1.1000

สถานะ Buy ปิดด้วยการขายคืนที่ราคา Bid จึงใช้ Bid ตรวจว่าราคาแตะระดับ SL หรือ TP แล้วหรือยัง

สถานะ Sell

SL และ TP ตรวจเงื่อนไขด้วย

ราคา Ask

Ask · เสนอขาย1.1002
สเปรด 2 pips
Bid · เสนอซื้อ1.1000

สถานะ Sell ปิดด้วยการซื้อคืนที่ราคา Ask จึงใช้ Ask ตรวจว่าราคาแตะระดับ SL หรือ TP แล้วหรือยัง

ข้อควรรู้: กราฟส่วนใหญ่แสดงเฉพาะเส้น Bid เมื่อสเปรดถ่าง SL ของสถานะ Sell อาจทำงานก่อนที่เส้นราคาบนกราฟจะถึงระดับนั้น เพราะราคา Ask แตะระดับที่ตั้งไว้แล้ว

ราคา Bid 1.1000 / Ask 1.1002 เป็นตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายเท่านั้น

กราฟ Forex โดยทั่วไปสร้างจากราคา Bid ดังนั้น สถานะ Sell อาจถูกกระตุ้น Stop Loss แม้ราคา Bid บนกราฟยังไม่แตะระดับที่ตั้งไว้ เพราะเมื่อสเปรดถ่าง ราคา Ask อาจขึ้นไปถึงระดับ Stop Loss แล้ว การเปิดเส้นราคา Ask ควบคู่กับ Bid ช่วยให้เห็นส่วนต่างราคา ณ ขณะนั้นได้ชัดขึ้น

หากราคาเคลื่อนไหวรวดเร็วหรือเกิดช่องว่างราคา (Gap) คำสั่ง Stop Loss อาจถูกดำเนินการที่ราคาต่างจากระดับที่ตั้งไว้ เรียกว่า Slippage โดยสเปรดถ่างหมายถึงส่วนต่างระหว่าง Bid และ Ask ที่เพิ่มขึ้น ส่วน Slippage หมายถึงความต่างระหว่างราคาที่คาดว่าจะได้กับราคาที่ซื้อขายจริง

สเปรดเปลี่ยนแปลงได้น้อยที่สุดเท่าไหร่?

ความละเอียดของค่าสเปรดขึ้นอยู่กับรูปแบบราคาที่แพลตฟอร์มแสดงและข้อกำหนดของตราสาร สำหรับคู่เงิน Forex ที่แสดงราคาแบบ Fractional Pip มักแสดงค่าสเปรดได้ละเอียดถึง 0.1 Pip หรือ 1 Pipette ดังนี้

  • คู่เงินทั่วไปที่แสดงราคา 5 ตำแหน่ง เช่น EUR/USD ที่ราคา 1.10005: ขนาดราคา 1 Pip = 0.0001 และ 1 Pipette = 0.00001
  • คู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลเงินอ้างอิงและแสดงราคา 3 ตำแหน่ง เช่น USD/JPY ที่ราคา 150.205: ขนาดราคา 1 Pip = 0.01 และ 1 Pipette = 0.001

ตัวอย่างเช่น สเปรด EUR/USD เพิ่มจาก 0.8 Pip เป็น 0.9 Pip เท่ากับเพิ่มขึ้น 0.1 Pip หรือ 1 Pipette หากแพลตฟอร์มแสดงราคาเพียง 4 ตำแหน่ง หรือ 2 ตำแหน่งสำหรับคู่เงิน JPY ความละเอียดของส่วนต่างราคาที่แสดงโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 1 Pip

ส่วนขนาดการเปลี่ยนแปลงราคาขั้นต่ำที่ตราสารรองรับจริงให้ตรวจสอบค่า Tick Size ในสเปกตราสาร โดยเฉพาะทองคำ ดัชนี และสินทรัพย์อื่นที่อาจใช้หน่วยต่างจากคู่เงิน

ค่าสเปรดต่ำหมายถึงต้นทุนรวมต่ำเสมอไปไหม?

ไม่เสมอไป ค่าสเปรดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนการเทรด Forex บัญชีที่มีสเปรดต่ำหรือสเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 Pip อาจคิดค่าคอมมิชชั่นแยก และหากถือสถานะข้ามรอยต่อวันเทรดก็อาจมี Swap ที่ต้องจ่ายหรือได้รับเพิ่มเติม จึงควรเปรียบเทียบต้นทุนรวมตามคู่เงิน ขนาด Lot และระยะเวลาที่ถือสถานะ

ต้นทุนการเทรด Forex มีอะไรบ้าง?

ต้นทุนหลักที่ควรพิจารณาร่วมกัน ได้แก่ ค่าสเปรด ค่าคอมมิชชั่น และ Swap โดยแต่ละรายการมีวิธีคำนวณและเงื่อนไขต่างกัน

องค์ประกอบวิธีคำนวณหรือประเมินเกิดเมื่อไรสิ่งที่ควรตรวจสอบ
ค่าสเปรดสเปรดในหน่วย Pip × มูลค่าต่อ Pip ของสถานะนั้นสะท้อนผ่านราคาซื้อขายเมื่อเปิดและปิดสถานะสเปรดในช่วงที่เทรดจริง และขนาด Lot
ค่าคอมมิชชั่นตามอัตราของบัญชีและตราสาร เช่น คิดต่อ Lotเมื่อเปิดหรือปิดสถานะ ตามเงื่อนไขบัญชีอัตราที่ระบุเป็นค่าต่อฝั่ง หรือรวมทั้งเปิดและปิดแล้ว
Swapตามอัตราของตราสาร ทิศทางการเทรด ขนาดสถานะ และวันที่ถือเมื่อถือสถานะผ่านเวลาคิด Swapเป็นยอดที่ต้องจ่ายหรือได้รับ และมีวันคิดหลายเท่าหรือไม่

การประเมินต้นทุนสเปรดจากจำนวน Pip เหมาะกับการเปรียบเทียบภายใต้สมมติฐานที่กำหนด หากสเปรดเปลี่ยนระหว่างเปิดและปิดสถานะ การคำนวณกำไรขาดทุนจริงต้องใช้ราคาที่ซื้อขายได้จริง โดยไม่บวกค่าสเปรดซ้ำอีกเมื่อใช้ราคา Ask และ Bid ที่รวมส่วนต่างนี้แล้ว

สำหรับการถือสถานะข้ามคืน ควรตรวจสอบอัตรา Swap ของคู่เงินและทิศทางที่เทรด เพราะยอดที่ได้รับอาจลดต้นทุนสุทธิ ส่วนยอดที่ต้องจ่ายจะเพิ่มต้นทุน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Swap คืออะไร และคิดอย่างไรเมื่อถือสถานะข้ามคืน

ตัวอย่างเปรียบเทียบค่าสเปรดและค่าคอมมิชชั่นของบัญชี 2 แบบ

สมมติเทรด EUR/USD ขนาด 1.00 Lot ในบัญชี USD โดยใช้ขนาดสัญญา 100,000 EUR ต่อ Lot จึงมีมูลค่าต่อ Pip เท่ากับ 10 USD และปิดสถานะก่อนเวลาคิด Swap

ตัวอย่างนี้สมมติว่าสเปรดคงเดิมระหว่างเปิดและปิดสถานะ และไม่มี Slippage ตัวเลขทั้งหมดใช้เพื่ออธิบายหลักการ ไม่ใช่อัตราค่าบริการจริงของ TMGM

รายการบัญชี Aบัญชี B
ค่าสเปรด1.2 Pips0.2 Pip
ต้นทุนจากสเปรด1.2 × 10 = 12 USD0.2 × 10 = 2 USD
ค่าคอมมิชชั่นรวมทั้งเปิดและปิด0 USD7 USD
ต้นทุนรวมโดยประมาณ12 USD9 USD

ตัวเลขสมมติเพื่อแสดงหลักการเท่านั้น ถ้าสเปรดหรือค่าคอมมิชชั่นเปลี่ยน ผลการเปรียบเทียบอาจกลับด้านได้ ถ้าถือสถานะข้ามคืนก็ต้องรวม swap ของคืนนั้นด้วย

ในตัวอย่างนี้ บัญชี B มีต้นทุนรวมต่ำกว่า แม้ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น เพราะต้นทุนจากสเปรดที่ลดลงมากกว่าค่าคอมมิชชั่นที่เพิ่มเข้ามา

แต่หากสมมติว่าบัญชี B คิดค่าคอมมิชชั่นรวมทั้งเปิดและปิด 12 USD แทน 7 USD ต้นทุนรวมจะเป็น 2 + 12 = 14 USD ซึ่งสูงกว่าบัญชี A ที่มีต้นทุน 12 USD แม้บัญชี B จะมีสเปรดต่ำกว่า

ดังนั้น การเปรียบเทียบควรใช้ คู่เงินเดียวกัน ขนาด Lot เท่ากัน และเงื่อนไขการถือสถานะใกล้เคียงกัน หากถือผ่านเวลาคิด Swap ต้องนำยอด Swap มารวมด้วย

เปรียบเทียบค่าสเปรดบัญชี Classic และ Edge ของ TMGM

หน้า ประเภทบัญชีเทรด TMGM ระบุรูปแบบค่าบริการของบัญชี Classic และ Edge ดังนี้

ประเภทบัญชีสเปรดเริ่มต้นค่าคอมมิชชั่น
Classic1.0 Pipไม่มีค่าคอมมิชชั่นในการเทรด
Edge0.0 Pipคิดค่าคอมมิชชั่นแยกตามเงื่อนไขบัญชีและตราสาร

คำว่า “สเปรดเริ่มต้นที่” หมายถึงระดับต่ำสุดที่ผู้ให้บริการระบุ ไม่ใช่สเปรดเฉลี่ยหรือค่าที่จะได้รับตลอดเวลา การประเมินต้นทุนจึงควรใช้สเปรดในช่วงที่เทรดจริงร่วมกับค่าคอมมิชชั่น

นอกจากค่าใช้จ่ายข้างต้น ราคาที่ซื้อขายได้จริงยังมีผลต่อผลลัพธ์ด้วย Slippage คือการได้ราคาดำเนินการต่างจากราคาที่คาดไว้ ซึ่งเกิดได้ทั้งในทางที่ได้ราคาดีกว่าหรือแย่กว่า จึงควรพิจารณาผลของ Slippage แยกจากค่าสเปรดและค่าคอมมิชชั่น โดยเฉพาะช่วงตลาดผันผวนหรือสภาพคล่องต่ำ

TMGM

เทรดอย่างชาญฉลาดวันนี้

  • เงินทดลอง $10,000
  • มากกว่า 100 ตลาด
  • ค่าธรรมเนียมต่ำ สเปรดแคบ

เริ่มเทรดเลยทดลองด้วยบัญชีเดโม

สรุป ค่าสเปรดใน Forex กับต้นทุนที่ควรประเมินก่อนเทรด

สเปรด (Spread) หรือค่าสเปรดใน Forex คือส่วนต่างระหว่างราคา Ask และ Bid เป็นต้นทุนที่รวมอยู่ในราคาซื้อขาย สามารถคำนวณเป็น Pip ได้จากสูตร (Ask − Bid) ÷ ขนาดราคา 1 Pip แล้วคูณด้วยมูลค่าต่อ Pip ของสถานะเพื่อประมาณต้นทุนเป็นเงิน สเปรดมีทั้งแบบคงที่ตามเงื่อนไขบัญชีและแบบลอยตัว ซึ่งอาจถ่างในช่วงสภาพคล่องต่ำ ข่าวสำคัญ หรือรอยต่อวันเทรด

ค่าสเปรดต่ำไม่ได้หมายความว่าต้นทุนรวมจะต่ำเสมอไป ควรพิจารณาค่าคอมมิชชั่นรวมทั้งเปิดและปิดสถานะ รวมถึง Swap หากถือผ่านเวลาคิด Swap ก่อนเทรดจริง สามารถฝึกประเมินผลจากราคาเปิด–ปิดและขนาด Lot ด้วย เครื่องคำนวณกำไรของ TMGM ควบคู่กับบัญชีทดลอง โดยนำค่าคอมมิชชั่นและ Swap มาคำนวณเพิ่มเติมตามเงื่อนไขบัญชี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสเปรดใน Forex

ค่าสเปรดต่ำหมายถึงอะไร?

+

ค่า Spread คิดยังไง?

+

Bid และ Ask คืออะไร?

+

สเปรดถ่างหมายถึงอะไร?

+

ค่าสเปรดทองคำ XAUUSD คืออะไร?

+
TMGM
Trade The World
ทีม TMGM Academy และ Market Insights เป็นกลุ่มนักวิเคราะห์ทางการเงินและนักกลยุทธ์การเทรด ด้วยการเข้าถึงข้อมูลสถาบันแบบเรียลไทม์และประสบการณ์การดำเนินงานในตลาดมากกว่าทศวรรษ ทีมให้การวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฟอเร็กซ์ ทองคำ คริปโตเคอร์เรนซี หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น น้ำมัน) และดัชนี เนื้อหาของเราถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ตามที่ระบุไว้ในหน้าประกาศนโยบายบรรณาธิการของเรา TMGM ปฏิบัติตามแนวทางของ ASIC และ VFSC
เข้าร่วมกับลูกค้ามากกว่า 1,000,000 คนบนแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับรางวัลของเรา
1
สมัครบัญชีจริง
2
ฝากเงิน
เข้าบัญชี
3
เริ่มเทรด
ได้ทันที
เปิดบัญชี