บทความ

Forex คืออะไร? อธิบายตลาด FX ฉบับเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

Forex คือการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ย่อมาจาก Foreign Exchange เรียกสั้น ๆ ว่า FX และภาษาไทยใช้คำว่า ฟอเร็กซ์ การซื้อขายในตลาด Forex แสดงราคาเป็น คู่สกุลเงิน เช่น EUR/USD หรือ USD/JPY โดยราคาของแต่ละคู่บอกมูลค่าของสกุลเงินหนึ่งเมื่อเทียบกับอีกสกุลเงินหนึ่ง 

ผู้เทรดรายย่อยเข้าถึงการซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ โดยผลิตภัณฑ์อาจอยู่ในรูปแบบ CFD หรือ FX Margin ตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ การซื้อขายที่ใช้ Leverage เพิ่มทั้งโอกาสกำไรและความเสียหายจากการขาดทุนเมื่อเทียบกับเงินที่วางเป็นหลักประกัน จึงมีความเสี่ยงสูง

คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex ผ่าน CFD หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Leverage มีความเสี่ยงสูง และอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนอย่างรวดเร็ว เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินส่วนบุคคล โปรดศึกษาความเสี่ยง เงื่อนไขของผู้ให้บริการ และข้อจำกัดการให้บริการในประเทศหรือเขตอำนาจที่คุณพำนักก่อนตัดสินใจ

Forex (FX) คืออะไร และย่อมาจากอะไร?

Forex หรือฟอเร็กซ์ มาจากคำว่า Foreign Exchange แปลว่า การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ส่วน FX เป็นชื่อย่อของคำเดียวกัน ทั้งสองคำจึงใช้ในความหมายเดียวกัน เช่น ธุรกรรม Forex หรืออัตราแลกเปลี่ยน FX

ตลาด Forex หรือ Foreign Exchange Market คือตลาดที่มีการซื้อขายสกุลเงินต่าง ๆ โดยแลกเปลี่ยนสกุลเงินหนึ่งกับอีกสกุลเงินหนึ่ง ราคาจึงแสดงเป็นคู่สกุลเงินเสมอ ตัวอย่างสมมติ EUR/USD = 1.0850 หมายความว่า 1 ยูโรมีมูลค่าเท่ากับ 1.0850 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อราคานี้เปลี่ยน มูลค่าของเงินยูโรเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ก็เปลี่ยนตาม

แม้บางคนจะเรียกว่า “หุ้น Forex” หรือ “เทรดหุ้น Forex” แต่ Forex เป็นการซื้อขายค่าเงิน ไม่ใช่หุ้นของบริษัท ผู้เทรดจึงไม่ได้รับสิทธิความเป็นเจ้าของกิจการเหมือนผู้ถือหุ้น

การเทรด Forex ต่างจากการแลกเงินทั่วไปอย่างไร?

การแลกเงินก่อนเดินทางที่ธนาคารหรือร้านแลกเงินเป็นธุรกรรม Foreign Exchange เช่นกัน จุดประสงค์คือรับเงินอีกสกุลหนึ่งไปใช้จ่าย เช่น แลกเงินบาทเป็นเงินเยนเพื่อเดินทางไปญี่ปุ่น โดยได้รับธนบัตรหรือเงินเข้าบัญชีตามอัตราที่ผู้ให้บริการกำหนด

ส่วน การเทรด Forex เป็นการซื้อขายคู่สกุลเงินเพื่อเก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน หรือเพื่อป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน หากซื้อขายผ่าน CFD หรือสัญญาซื้อขายส่วนต่าง ผู้เทรดจะรับผลกำไรหรือขาดทุนจากส่วนต่างราคา โดยไม่ได้ถือครองสกุลเงินอ้างอิงเหมือนการแลกเงินไปใช้จ่ายจริง

หัวข้อแลกเงินทั่วไปเพื่อใช้จ่ายเทรด Forex ผ่าน CFD
เป้าหมายรับเงินสกุลอื่นไปใช้จ่ายหรือชำระค่าสินค้าและบริการเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
สิ่งที่ได้รับธนบัตรหรือเงินในบัญชีสกุลปลายทางผลกำไรหรือขาดทุนจากส่วนต่างราคา ตามเงื่อนไขสัญญา
เงินที่ใช้ซื้อขายจ่ายเงินเต็มจำนวนที่ต้องการแลกวางเงินหลักประกันตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการ
Leverageโดยทั่วไปไม่มีมี และเพิ่มทั้งกำไรและขาดทุนเมื่อเทียบกับเงินหลักประกัน
ความเสี่ยงหลักมูลค่าเงินที่แลกอาจลดลงเมื่ออัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนขาดทุนจากราคาเคลื่อนไหวผิดทาง โดย Leverage อาจทำให้เงินทุนลดลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับ FX Margin ควรตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาของผู้ให้บริการโดยตรง โดยเฉพาะรูปแบบการชำระราคาและการส่งมอบสกุลเงิน เพราะชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกเงื่อนไขทั้งหมด

การเทรด Forex คืออะไร และต่างจากการลงทุนอย่างไร?

การเทรด Forex (Forex Trading) คือการซื้อขายคู่สกุลเงินเพื่อเก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน หรือเพื่อป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ผู้เทรดจะพิจารณาว่าสกุลเงินหนึ่งมีแนวโน้มแข็งค่าหรืออ่อนค่าเมื่อเทียบกับอีกสกุลเงินหนึ่ง จึงเรียกการซื้อขายลักษณะนี้ว่า การเทรดค่าเงิน หรือการเทรดฟอเร็กซ์

ตัวอย่างเช่น การเทรดคู่สกุลเงิน EUR/USD ผ่านผลิตภัณฑ์ที่รองรับสถานะซื้อและขาย มีหลักการดังนี้

  • เปิดสถานะซื้อ (Buy/Long) เมื่อคาดว่าเงินยูโรจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หรือราคา EUR/USD จะเพิ่มขึ้น

  • เปิดสถานะขาย (Sell/Short) เมื่อคาดว่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หรือราคา EUR/USD จะลดลง

หากราคาเคลื่อนไหวสวนทางกับสถานะ ผู้เทรดอาจขาดทุนได้ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย ส่วนผลกำไรหรือขาดทุนสุทธิยังขึ้นอยู่กับต้นทุนการซื้อขาย เช่น Spread ค่าคอมมิชชัน และค่าถือสถานะข้ามคืนตามเงื่อนไขของบัญชี

โดยทั่วไป การเทรด (Trading) มักเน้นโอกาสจากการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาที่สั้นกว่าการลงทุนระยะยาว ขณะที่การลงทุนระยะยาวมักให้ความสำคัญกับมูลค่าพื้นฐาน การเติบโต และผลตอบแทนจากการถือครองสินทรัพย์

หัวข้อการเทรดการลงทุนระยะยาว
กรอบเวลาอาจเปิดและปิดสถานะภายในวันเดียว หรือถือเป็นวัน สัปดาห์ และเดือนมักถือครองหลายเดือนถึงหลายปี
สิ่งที่ให้ความสำคัญการเคลื่อนไหวของราคา จังหวะเข้าออก และการบริหารความเสี่ยงมูลค่าพื้นฐาน การเติบโต และผลตอบแทนระยะยาว
การติดตามตลาดขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ บางรูปแบบต้องติดตามราคาอย่างใกล้ชิดประเมินพื้นฐานและทบทวนพอร์ตเป็นระยะ
ต้นทุนที่ควรพิจารณาค่าซื้อขายตามจำนวนธุรกรรม และอาจมีค่าถือสถานะข้ามคืนค่าซื้อขายและค่าธรรมเนียมการถือครองหรือบริหาร ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์

ระยะเวลาถือครองเป็นเพียงข้อแตกต่างโดยทั่วไป ผู้เทรดบางรายอาจถือสถานะนานหลายเดือน การเลือกแนวทางจึงควรพิจารณาทั้งเป้าหมาย กลยุทธ์ เวลาที่มี และความเสี่ยงที่รับได้

ตลาด Forex คืออะไร และทำงานอย่างไร?

ตลาด Forex หรือตลาดฟอเร็กซ์ เป็นตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายทั่วโลก ธุรกรรมส่วนใหญ่ดำเนินการแบบ OTC (Over-the-Counter) หรือการซื้อขายนอกตลาดซื้อขายที่จัดตั้งขึ้น โดยอาศัยเครือข่ายธนาคาร สถาบันการเงิน ดีลเลอร์ และผู้ให้บริการทางการเงิน

สำหรับผู้เทรดรายย่อย ราคาเสนอซื้อและเสนอขายบนแพลตฟอร์มเป็นราคาที่ โบรกเกอร์ Forex เสนอให้ลูกค้า ซึ่งอาจอ้างอิงข้อมูลจาก ผู้ให้สภาพคล่อง (Liquidity Provider) หรือแหล่งราคาอื่นตามรูปแบบบริการ แหล่งราคา ส่วนต่างราคา และเงื่อนไขการดำเนินคำสั่งที่แตกต่างกัน ทำให้แต่ละโบรกเกอร์อาจเสนอราคาไม่เท่ากันในเวลาเดียวกัน

ผู้เข้าร่วมตลาด Forex มีหลายกลุ่ม และซื้อขายด้วยวัตถุประสงค์ต่างกัน ได้แก่

  • ธนาคารกลาง ดำเนินนโยบายการเงิน และอาจเข้าแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศในบางสถานการณ์
  • ธนาคารพาณิชย์และดีลเลอร์ ซื้อขายระหว่างสถาบัน เสนอราคา และให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราแก่ลูกค้า
  • กองทุนและสถาบันการลงทุน ซื้อขายเพื่อการลงทุนหรือบริหารความเสี่ยงค่าเงินของพอร์ต
  • บริษัทที่ทำธุรกิจระหว่างประเทศ แลกเงินเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากรายรับหรือรายจ่ายต่างสกุลเงิน
  • โบรกเกอร์และผู้ให้บริการซื้อขาย ให้บริการบัญชี แพลตฟอร์ม และการดำเนินคำสั่งตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์
  • ผู้เทรดรายย่อย ซื้อขายผ่านผู้ให้บริการเพื่อเก็งกำไรหรือบริหารความเสี่ยงค่าเงิน

ศูนย์กลางการเงินในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น ซิดนีย์ โตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์ก มีเวลาทำการต่อเนื่องและคาบเกี่ยวกัน ทำให้ตลาด Forex มีการซื้อขายเกือบตลอด 24 ชั่วโมงในวันทำการ ส่วนเวลาที่ซื้อขายได้จริงขึ้นอยู่กับคู่สกุลเงิน ผลิตภัณฑ์ และตารางของผู้ให้บริการ

ผลสำรวจ BIS Triennial Central Bank Survey รายงานว่า มูลค่าการซื้อขาย FX ทั่วโลกเฉลี่ยประมาณ 9.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวันในเดือนเมษายน 2025 ตัวเลขนี้ครอบคลุมธุรกรรมหลายประเภท เช่น การซื้อขายทันที (Spot) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward) และ FX Swap

อินโฟกราฟิกแสดงสกุลเงินหลักของโลกและรหัส ISO รวมถึง USD, EUR, GBP และ JPY ที่ใช้ในการเทรดฟอเร็กซ์และตลาดฟอเร็กซ์

อะไรทำให้ค่าเงินในตลาด Forex ขึ้นลง?

อัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวตามความต้องการซื้อและขายสกุลเงิน รวมถึงความคาดหวังของตลาดต่อเศรษฐกิจและผลตอบแทนของแต่ละประเทศ เมื่อเทรด Forex จึงควรพิจารณาปัจจัยของ ทั้งสองสกุลเงินในคู่ที่ซื้อขาย โดยปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  • นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ดอกเบี้ยและแนวโน้มดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับอีกประเทศอาจสนับสนุนค่าเงิน แต่ผลต่อราคาขึ้นอยู่กับว่าตลาดคาดการณ์เรื่องนั้นไว้แล้วมากน้อยเพียงใด
  • ตัวเลขเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ การจ้างงาน และ GDP อาจเปลี่ยนมุมมองต่อเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ย โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลต่างจากที่ตลาดคาด
  • ความเชื่อมั่นและความต้องการรับความเสี่ยง เมื่อผู้ลงทุนเปลี่ยนมุมมองต่อความเสี่ยง เงินทุนอาจไหลระหว่างประเทศและสินทรัพย์ ส่งผลต่อความต้องการถือสกุลเงินต่าง ๆ
  • การเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ การเลือกตั้ง นโยบายการค้า และความขัดแย้งระหว่างประเทศอาจเปลี่ยนความเชื่อมั่นและแนวโน้มเศรษฐกิจ
  • ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ค่าเงินของประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์อาจได้รับผลจากราคาสินค้าหลัก เช่น ราคาน้ำมันเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อดอลลาร์แคนาดา แต่ไม่ได้กำหนดทิศทางค่าเงินเพียงอย่างเดียว

ผู้เทรดสามารถติดตาม ข่าว Forex ควบคู่กับกำหนดการประกาศข้อมูลใน ปฏิทินเศรษฐกิจ โดยตรวจสอบเขตเวลาให้ตรงกับเวลาไทย และเปรียบเทียบตัวเลขจริงกับตัวเลขคาดการณ์ การรู้กำหนดการช่วยเตรียมรับความผันผวน แต่ไม่ได้บอกล่วงหน้าว่าราคาจะขึ้นหรือลง

คู่สกุลเงินคืออะไร? อ่านราคา Forex อย่างไร

คู่สกุลเงิน Forex (Currency Pair) คือการจับคู่สองสกุลเงินเพื่อแสดงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างกัน การเทรดค่าเงินจึงต้องพิจารณามูลค่าของสกุลเงินหนึ่งเมื่อเทียบกับอีกสกุลเงินหนึ่ง โดยคู่เงินประกอบด้วย

  • Base Currency หรือสกุลเงินฐาน: สกุลเงินตัวหน้า เช่น EUR ในคู่ EUR/USD
  • Quote Currency หรือสกุลเงินอ้างอิง: สกุลเงินตัวหลัง เช่น USD ในคู่ EUR/USD

ราคาที่แสดงบอกว่า ต้องใช้สกุลเงินอ้างอิงจำนวนเท่าใดเพื่อแลกสกุลเงินฐาน 1 หน่วย ตัวอย่างสมมติ EUR/USD = 1.0850 หมายความว่า 1 ยูโรมีมูลค่าเท่ากับ 1.0850 ดอลลาร์สหรัฐ

หาก EUR/USD เพิ่มจาก 1.0850 เป็น 1.0900 หมายความว่ายูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หรือราคาคู่เงินเพิ่มขึ้น 50 Pip หากซื้อที่ราคาแรกและปิดสถานะที่ราคาหลัง จะมีกำไรจากส่วนต่างราคา ส่วนสถานะขายที่เปิดและปิดในราคาเดียวกันจะขาดทุน ทั้งนี้ ผลลัพธ์สุทธิยังขึ้นอยู่กับต้นทุนและรายการปรับยอดของการเทรด

อ่านแนวทางเลือกคู่เงินและปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเริ่มเทรด Forex ได้ที่ คู่เงิน Forex ที่นิยมเทรด

ภาพแสดงคู่สกุลเงินหลักและรองในการเทรดฟอเร็กซ์ เช่น EUR/USD, GBP/JPY, USD/CHF และอื่น ๆ

คู่เงิน Major, Minor และ Exotic ต่างกันอย่างไร?

คู่สกุลเงินในการเทรดฟอเร็กซ์มักแบ่งเป็น Major, Minor และ Exotic ตามสกุลเงินที่ประกอบอยู่ในคู่ โดยแต่ละกลุ่มมีลักษณะทั่วไปดังนี้

กลุ่มลักษณะตัวอย่างสภาพคล่องโดยทั่วไป
Majorมีดอลลาร์สหรัฐเป็นหนึ่งในคู่ และเป็นสกุลเงินเศรษฐกิจหลักEUR/USD, USD/JPY, GBP/USDสูง
Minor (Cross)คู่สกุลเงินหลักที่ไม่มีดอลลาร์สหรัฐEUR/GBP, AUD/JPYปานกลาง
Exoticสกุลเงินหลักคู่กับสกุลเงินของตลาดเกิดใหม่USD/THB, USD/TRYต่ำกว่า Spread มักกว้างกว่าและราคาแกว่งแรงกว่า

การแบ่งกลุ่มนี้เป็นแนวทางทั่วไป สภาพคล่องและต้นทุนยังเปลี่ยนตามเวลาซื้อขายและสภาวะตลาด ส่วนรายชื่อคู่เงินที่เทรดได้จริงต้องตรวจสอบกับโบรกเกอร์ Forex แต่ละราย

Bid, Ask และ Spread ใน Forex คืออะไร?

เมื่ออ่านราคา Forex บนแพลตฟอร์ม จะพบราคา Bid และ Ask ซึ่งใช้กับคำสั่งซื้อและขายต่างกัน

  • Bid ราคาที่ผู้ให้บริการเสนอรับซื้อ ใช้เมื่อผู้เทรดเปิดสถานะขาย หรือปิดสถานะซื้อ
  • Ask ราคาที่ผู้ให้บริการเสนอขาย ใช้เมื่อผู้เทรดเปิดสถานะซื้อ หรือปิดสถานะขาย

Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Ask กับ Bid และเป็นองค์ประกอบหนึ่งของต้นทุนการเทรด Forex

ตัวอย่างสมมติ EUR/USD หาก Bid เท่ากับ 1.08495 และ Ask เท่ากับ 1.08507 จะคำนวณได้ว่า

Spread = 1.08507 − 1.08495 = 0.00012 หรือ 1.2 Pip

หากเปิดสถานะซื้อที่ Ask แล้วปิดทันทีที่ Bid โดยราคาไม่เปลี่ยน จะขาดทุนจากส่วนต่างนี้ก่อนรวมต้นทุนอื่น ตัวเลขข้างต้นใช้เพื่ออธิบายวิธีคำนวณ ไม่ใช่ราคาเสนอหรือ Spread จริงของผู้ให้บริการรายใด

นอกจาก Spread ยังควรพิจารณาค่าธรรมเนียมและผลจากการดำเนินคำสั่ง ได้แก่

  • Commission ค่าคอมมิชชันที่บางบัญชีเรียกเก็บตามขนาดการซื้อขายและเงื่อนไขการเปิดหรือปิดสถานะ
  • Swap รายการหักหรือเพิ่มยอดเมื่อถือสถานะข้ามเวลาที่ผู้ให้บริการกำหนด อาจเป็นต้นทุนหรือรายรับ ขึ้นอยู่กับคู่เงิน ฝั่งซื้อหรือขาย และอัตราที่ผู้ให้บริการใช้
  • Slippage ความต่างระหว่างราคาที่คาดหวังกับราคาที่คำสั่งดำเนินการจริง ซึ่งอาจทำให้ได้ราคาดีกว่าหรือแย่กว่าที่คาด

Spread อาจกว้างขึ้นในช่วงประกาศข่าว Forex สำคัญ ช่วงสภาพคล่องต่ำ หรือช่วงตลาดกลับมาเปิดหลังวันหยุด อ่านวิธีคำนวณเพิ่มเติมได้ที่ Spread ใน Forex คืออะไร

PRO TIP

การเปรียบเทียบต้นทุนของบัญชีเทรดควรพิจารณา Spread ค่าคอมมิชชัน Swap ที่จ่ายหรือได้รับ และคุณภาพการดำเนินคำสั่ง ในช่วงเวลาที่ต้องการซื้อขายร่วมกัน

Pip, Lot, Leverage และ Margin ใน Forex คืออะไร?

Pip คือหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาคู่สกุลเงิน คู่เงินส่วนใหญ่ เช่น EUR/USD ใช้ 1 Pip เท่ากับ 0.0001 ส่วนคู่เงินที่มีเยนญี่ปุ่นเป็นสกุลเงินตัวหลัง เช่น USD/JPY โดยทั่วไปใช้ 1 Pip เท่ากับ 0.01 หากแพลตฟอร์มแสดง EUR/USD เป็นทศนิยม 5 ตำแหน่ง หลักที่ 5 จะเป็นเศษของ Pip โดย 0.00001 เท่ากับ 0.1 Pip ดูตัวอย่างการนับและคำนวณเพิ่มเติมได้ที่ Pip คืออะไร

Lot คือหน่วยขนาดการซื้อขาย โดยมาตรฐานทั่วไปของคู่เงิน Forex คือ 1 Standard Lot เท่ากับ 100,000 หน่วยของสกุลเงินฐาน ส่วน 0.1 Lot เท่ากับ 10,000 หน่วย และ 0.01 Lot เท่ากับ 1,000 หน่วย อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบขนาดสัญญาของผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายเสมอ 

ตัวอย่างเช่น EUR/USD ขนาด 0.01 Lot มีมูลค่าการเปลี่ยนแปลงต่อ 1 Pip เท่ากับ 1,000 × 0.0001 = 0.10 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนรวมต้นทุน หากบัญชีใช้สกุลเงินอื่น ต้องแปลงมูลค่านี้เป็นสกุลเงินของบัญชีด้วย

Leverage คืออัตราส่วนที่ทำให้เปิดสถานะมูลค่าสูงกว่าเงินหลักประกันที่ต้องวางได้ หากใช้เปิดสถานะขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับเงินทุน การเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยอาจสร้างกำไรหรือขาดทุนเป็นสัดส่วนสูงของบัญชี แต่เมื่อขนาดสถานะเท่าเดิม การเปลี่ยนอัตรา Leverage จะเปลี่ยน Margin ที่ต้องใช้ ไม่ได้เปลี่ยนกำไรหรือขาดทุนต่อ Pip โดยตรง อ่านรายละเอียดได้ที่ Leverage คืออะไร

Lot คือหน่วยขนาดของสถานะ โดยทั่วไป 1 Standard Lot เท่ากับ 100,000 หน่วยของ Base Currency และ 0.01 Lot เท่ากับ 1,000 หน่วย ตัวอย่างเช่น EUR/USD ขนาด 0.01 Lot ราคาขยับ 1 pip มีมูลค่าราว 1,000 × 0.0001 = 0.10 ดอลลาร์สหรัฐ

Margin คือเงินที่กันไว้เป็นหลักประกันเพื่อเปิดและรักษาสถานะ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมและไม่ใช่จำนวนขาดทุนสูงสุด เมื่อมูลค่าบัญชีรวมกำไรหรือขาดทุนของสถานะที่ยังเปิดอยู่ หรือ Equity ลดลงจนถึงเกณฑ์ของบัญชี อาจเกิด

  • Margin Call การแจ้งเตือนหรือเรียกให้จัดการหลักประกันที่ไม่เพียงพอตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ
  • Stop Out การปิดสถานะบางส่วนหรือทั้งหมดโดยระบบ เมื่อถึงระดับหลักประกันที่กำหนด

เกณฑ์และวิธีดำเนินการแตกต่างกันตามบัญชี อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Margin ใน Forex คืออะไร

ตัวอย่างสมมติ เปิดสถานะซื้อ EUR/USD จำนวน 100,000 ยูโรที่ราคา 1.0000 จึงมีมูลค่าสถานะเท่ากับ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากใช้อัตรา Leverage 1:100 จะต้องวาง Margin ประมาณ 100,000 ÷ 100 = 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ

หากราคาลดลงเป็น 0.9900 จะขาดทุนจากส่วนต่างราคาประมาณ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนรวมต้นทุน แม้จำนวนนี้เท่ากับ Margin เริ่มต้น แต่ไม่ได้หมายความว่าขาดทุนจะถูกจำกัดไว้ที่ Margin บัญชีอาจถึงระดับ Stop Out ก่อนหน้านั้น ขึ้นอยู่กับ Equity และเงื่อนไขของผู้ให้บริการ ตัวเลขทั้งหมดใช้เพื่ออธิบายกลไก ไม่ใช่ข้อเสนออัตรา Leverage หรือคำแนะนำให้ใช้ขนาดสถานะดังกล่าว

คำถามว่า “Forex ผิดกฎหมายไหม” ต้องแยกการแลกเงินผ่านผู้ได้รับอนุญาต ออกจากการให้บริการเทรด Forex เพื่อเก็งกำไร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันในคำชี้แจงวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ว่าไม่มีนโยบายให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ Forex เพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไร และระบุว่าการประกอบธุรกิจดังกล่าว รวมถึงการให้บริการรับส่งเงินเพื่อชำระธุรกรรม Forex ทั้งในและต่างประเทศ มีความผิดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

เพื่อเข้าใจสถานะของการเทรดฟอเร็กซ์ในประเทศไทย ควรพิจารณากิจกรรมแต่ละแบบดังนี้

  • การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทั่วไป เช่น แลกเงินเพื่อเดินทางหรือชำระค่าสินค้า ต้องดำเนินการผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต และเป็นไปตามหลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน การได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจแลกเงินไม่ได้หมายความว่าสามารถให้บริการเทรด Forex เพื่อเก็งกำไรได้ทุกประเภท
  • การกำกับดูแลโบรกเกอร์ Forex สำนักงาน ก.ล.ต. ชี้แจงว่าธุรกิจซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ข้อความนี้อธิบายขอบเขตอำนาจของหน่วยงาน ไม่ใช่การรับรองว่าผู้ให้บริการ Forex สามารถประกอบธุรกิจในไทยได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาต
  • การเปิดบัญชีและโอนเงินไปต่างประเทศ ต้องตรวจสอบประเภทผลิตภัณฑ์ วัตถุประสงค์การโอนเงิน และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง การที่ไทยอนุญาตให้ลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศบางประเภท จึงไม่ควรนำมาใช้สรุปว่าการโอนเงินไปเทรด Forex ทุกแบบได้รับอนุญาตด้วย
  • การชักชวนหรือระดมเงินจากประชาชน การโฆษณาหรือชักชวนให้ลงทุนเทรด Forex โดยผู้ไม่ได้รับอนุญาตอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยต้องพิจารณาพฤติการณ์และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

สำหรับโบรกเกอร์ Forex ต่างประเทศ ต้องตรวจสอบ นิติบุคคลที่ระบุในสัญญาลูกค้า โดยตรง เพราะบริษัทภายใต้แบรนด์เดียวกันอาจมีใบอนุญาตและเงื่อนไขคุ้มครองต่างกัน สิทธิร้องเรียนหรือรับการชดเชยยังขึ้นอยู่กับขอบเขตใบอนุญาต ประเภทลูกค้า และเงื่อนไขของเขตอำนาจนั้น การมีใบอนุญาตต่างประเทศจึงไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าได้รับอนุญาตให้ให้บริการในประเทศไทย

IMPORTANT

ก่อนทำธุรกรรม ควรตรวจสอบข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงสอบถามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมของตนเอง อ่านภาพรวมการกำกับดูแลในแต่ละประเทศเพิ่มเติมได้ที่ กฎระเบียบการเทรด Forex

การเทรด Forex ด้วยบัญชีตัวเองต่างจากแชร์ลูกโซ่อย่างไร?

การเทรดด้วยบัญชีตัวเอง หมายถึงผู้เทรดใช้บัญชีในชื่อตนเอง ส่งคำสั่งซื้อขาย และรับผลกำไรหรือขาดทุนของสถานะนั้น ส่วนการฝากเงินให้บุคคลอื่นนำไปเทรด ผู้ฝากอาจไม่ได้ควบคุมคำสั่งหรือเข้าถึงข้อมูลบัญชีจริง ความแตกต่างนี้เกี่ยวกับการควบคุมเงินและตรวจสอบธุรกรรม แต่ การใช้บัญชีตัวเองไม่ได้ยืนยันว่าธุรกรรมนั้นได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทยหรือปลอดภัยจากการฉ้อโกง

ตัวอย่าง คดี Forex-3D ที่ DSI ดำเนินคดี มีการชักชวนประชาชนให้นำเงินมาลงทุนโดยอ้างว่าจะนำไปเทรดค่าเงิน พร้อมเสนอส่วนแบ่งผลกำไรและรับประกันเงินต้น ประเด็นของคดีจึงเกี่ยวข้องกับการชักชวนรับเงินและการฉ้อโกงประชาชน การใช้คำว่า Forex ในชื่อโครงการไม่ได้พิสูจน์ว่ามีการซื้อขายจริงตามที่กล่าวอ้าง

สัญญาณที่ควรตรวจสอบก่อนโอนเงินให้ผู้ให้บริการหรือผู้ชักชวนลงทุน ได้แก่

การเทรดด้วยบัญชีในชื่อตัวเองหมายถึงผู้เทรดควบคุมเงินและคำสั่งเอง ส่วนการมอบเงินให้ผู้อื่นนำไปเทรดโดยมีการรับประกันผลตอบแทน ผู้ให้เงินมักตรวจสอบบัญชีจริงไม่ได้ สัญญาณที่ตรวจได้ด้วยตัวเองก่อนโอนเงิน ได้แก่

  • ชื่อนิติบุคคลและใบอนุญาต ตรวจจากทะเบียนบนเว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับโดยตรง และให้ตรงกับบริษัทในสัญญา รวมถึงตรวจขอบเขตบริการที่ได้รับอนุญาต
  • การรับประกันผลตอบแทน ระวังคำกล่าวอ้างว่าไม่ขาดทุน การันตีกำไรรายเดือน หรือรับประกันเงินต้นจากการเทรดที่มีความเสี่ยง
  • ผลตอบแทนจากการชวนสมาชิก ตรวจว่ารายได้ที่เสนอขึ้นอยู่กับการนำคนใหม่หรือเงินใหม่เข้าระบบหรือไม่
  • ผู้รับเงิน ตรวจชื่อและสถานะของผู้รับเงิน โดยเฉพาะเมื่อถูกขอให้โอนเข้าบัญชีบุคคลที่อ้างว่ารับฝากเทรด
  • การดูแลเงินลูกค้า อ่านเงื่อนไขการเก็บรักษาหรือแยกเงินลูกค้าออกจากเงินบริษัท รวมถึงสิทธิของลูกค้าหากผู้ให้บริการมีปัญหา
  • เอกสารและการถอนเงิน ต้องสามารถอ่านความเสี่ยง ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขฝากถอนก่อนตัดสินใจ ระวังการเรียกให้จ่ายเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกการถอนโดยไม่มีเหตุผลที่ตรวจสอบได้

หากตรวจสอบข้อมูลสำคัญไม่ได้ หรือคำอธิบายไม่ตรงกับเอกสาร ควรหยุดโอนเงินและตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน การมีเอกสาร ใบอนุญาต หรือประวัติถอนเงินสำเร็จเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันความปลอดภัยของการลงทุน

ตลาด Forex เปิดกี่โมงและปิดกี่โมงตามเวลาไทย?

ตลาด Forex ซื้อขายเกือบ 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ โดยเริ่มเช้ามืดวันจันทร์และปิดเช้ามืดวันเสาร์ตามเวลาไทย เวลาโดยทั่วไปอยู่ราว 04:00 น. ในช่วงที่สหรัฐฯ ใช้เวลาออมแสง และราว 05:00 น. ในช่วงเวลามาตรฐาน ทั้งนี้ เวลาที่ส่งคำสั่งซื้อขายได้จริงขึ้นอยู่กับคู่เงินและผู้ให้บริการ

การซื้อขายในตลาดฟอเร็กซ์ดำเนินต่อเนื่องระหว่างศูนย์กลางการเงินต่างเขตเวลา เช่น ซิดนีย์ โตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์ก ช่วงที่ลอนดอนคาบเกี่ยวกับนิวยอร์ก ซึ่งตรงกับช่วงค่ำถึงดึกตามเวลาไทย มักมีการซื้อขายคึกคัก โดยเฉพาะคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับยูโร ปอนด์ และดอลลาร์สหรัฐ

เวลาแต่ละ Session อาจเลื่อนตาม Daylight Saving Time (DST) ของประเทศนั้น และวันเปลี่ยนเวลาของยุโรป สหรัฐฯ และออสเตรเลียไม่ได้ตรงกันทั้งหมด นอกจากนี้ ผู้ให้บริการอาจกำหนดช่วงพักรายวันหรือปรับเวลาซื้อขายในวันหยุด ดูตารางแยกตาม Session ได้ที่ ตลาด Forex เปิดกี่โมงตามเวลาไทย

เทรด Forex มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

การเทรด Forex โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Leverage มีความเสี่ยงสูง เพราะกำไรและขาดทุนคำนวณจากมูลค่าสถานะที่เปิด ไม่ใช่เฉพาะเงินหลักประกันที่วางไว้ หากสถานะมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับเงินทุน ราคาที่เปลี่ยนเพียงเล็กน้อยอาจกระทบเงินในบัญชีอย่างมาก

ความเสี่ยงสำคัญที่ควรเข้าใจก่อนเริ่มเทรด Forex ได้แก่

  • ขนาดสถานะและ Leverage การเปิดสถานะใหญ่เมื่อเทียบกับเงินทุนเพิ่มความเสียหายจากการเคลื่อนไหวของราคา ส่วนอัตรา Leverage กำหนดว่าต้องใช้ Margin เท่าใดเพื่อรองรับสถานะนั้น
  • ความผันผวนของตลาด ข่าว Forex เช่น ผลประชุมธนาคารกลาง เงินเฟ้อ และการจ้างงาน อาจทำให้ราคาคู่เงินเคลื่อนไหวรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลต่างจากที่ตลาดคาด
  • สภาพคล่องและ Spread ช่วงที่มีผู้ซื้อขายน้อยหรือสภาพคล่องลดลง Spread อาจกว้างขึ้น และการเปิดหรือปิดสถานะอาจมีต้นทุนสูงกว่าที่คาด
  • Slippage และช่องว่างราคา (Gap) คำสั่งอาจดำเนินการในราคาต่างจากที่คาด โดยเฉพาะช่วงข่าวสำคัญหรือเมื่อกลับมาเปิดซื้อขายหลังวันหยุด
  • Swap และต้นทุนสะสม หากสถานะมีค่า Swap ที่ต้องจ่าย การถือข้ามคืนหลายวันจะเพิ่มต้นทุน บางวันอาจมีการคิดรายการสำหรับหลายวันตามตารางของผู้ให้บริการ
  • Margin Call และ Stop Out เมื่อ Equity หรือมูลค่าบัญชีรวมกำไรขาดทุนของสถานะที่ยังเปิดอยู่ลดลงจนถึงเกณฑ์ อาจเกิดการเรียกหลักประกันหรือการปิดสถานะโดยระบบตามเงื่อนไขบัญชี
  • ความเสี่ยงจากผู้ให้บริการ ผู้เทรดต้องพึ่งพาผู้ให้บริการในการดำเนินคำสั่ง ดูแลเงินลูกค้า และปฏิบัติตามสัญญา หากผู้ให้บริการมีปัญหาทางการเงิน อาจกระทบการถอนเงินหรือการได้รับเงินคืน
  • การตัดสินใจตามอารมณ์ การเพิ่ม Lot เพื่อเอาคืนหลังขาดทุน หรือเปิดสถานะโดยไม่มีแผน อาจทำให้รับความเสี่ยงเกินกว่าที่ตั้งใจไว้

ความเสี่ยงเหล่านี้อาจเกิดพร้อมกัน เช่น เปิดสถานะขนาดใหญ่ในช่วงประกาศข่าว ขณะที่ Spread กว้างขึ้นและเกิด Slippage ทำให้ขาดทุนมากกว่าที่ประเมินไว้ก่อนส่งคำสั่ง

เครื่องมือบริหารความเสี่ยงช่วยได้แค่ไหน?

Stop Loss ช่วยกำหนดระดับราคาที่ต้องการออกจากสถานะเมื่อราคาเคลื่อนไหวผิดทาง แต่คำสั่ง Stop Loss ทั่วไปไม่ได้รับประกันราคาปิด ในช่วงที่ราคากระโดดหรือสภาพคล่องต่ำ คำสั่งอาจดำเนินการที่ราคาแย่กว่าระดับที่ตั้งไว้

การกำหนดขนาดสถานะควรพิจารณาร่วมกับ จำนวนเงินที่ยอมรับการขาดทุนต่อครั้ง ระยะห่างของ Stop Loss และมูลค่าต่อ Pip เพราะการตั้ง Stop Loss ระยะเท่ากันแต่ใช้ Lot ต่างกัน ทำให้จำนวนเงินที่เสี่ยงต่างกันด้วย

การตั้งเพดานขาดทุนต่อวันและหยุดเทรดเมื่อถึงเกณฑ์ช่วยวางกรอบการตัดสินใจ ส่วนเงินที่ใช้ควรเป็นเงินที่รับความสูญเสียได้ โดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็น เงินฉุกเฉิน หรือภาระหนี้

มือใหม่ควรเริ่มเรียนรู้และฝึกเทรด Forex อย่างไร?

ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเทรด Forex ควรเข้าใจกลไก ความเสี่ยง และข้อกำหนดของธุรกรรมก่อนฝึกใช้แพลตฟอร์ม ลำดับการเรียนรู้เบื้องต้นมีดังนี้

1
เรียนรู้พื้นฐานการเทรดค่าเงิน ทำความเข้าใจคู่สกุลเงิน การอ่านราคา Bid และ Ask รวมถึง Pip, Lot, Spread, Leverage และ Margin เพื่อประเมินผลของคำสั่งซื้อขายได้
2
ตรวจสอบข้อกฎหมายและผู้ให้บริการ ศึกษาข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่พำนัก ประเภทผลิตภัณฑ์ และการโอนเงิน พร้อมตรวจชื่อนิติบุคคลคู่สัญญาและขอบเขตใบอนุญาตจากทะเบียนของหน่วยงานกำกับโดยตรง
3
อ่านข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ ตรวจขนาดสัญญา ขนาดคำสั่งขั้นต่ำ ค่าคอมมิชชัน Swap อัตรา Margin เกณฑ์ Stop Out และเวลาซื้อขายของคู่เงินที่จะศึกษา
4
ฝึกเทรด Forex ผ่านบัญชีทดลอง ทดลองเปิดและปิดสถานะ ตั้ง Stop Loss และ Take Profit รวมถึงอ่านค่า Balance, Equity และ Margin เพื่อทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มโดยยังไม่ใช้เงินจริง
5
เขียนแผนก่อนส่งคำสั่ง ระบุเหตุผลในการเข้าเทรด จุดออก ขนาดสถานะ และจำนวนเงินที่ยอมรับการขาดทุน พร้อมตรวจว่าช่วงนั้นมีข่าวเศรษฐกิจสำคัญหรือไม่
6
บันทึกผลและทบทวนการฝึก จดราคาเข้าออก ต้นทุน ผลลัพธ์ และการทำตามแผน เพื่อดูข้อผิดพลาดที่เกิดซ้ำและปรับกระบวนการตัดสินใจ

บัญชีทดลองช่วยฝึกการใช้คำสั่งและทดสอบแผน แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างจากบัญชีจริง ทั้งเรื่องการดำเนินคำสั่งและการตัดสินใจเมื่อมีเงินจริงเกี่ยวข้อง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิธีเทรด Forex สำหรับมือใหม่ทีละขั้นตอน

Forex ต่างจากหุ้นและกองทุนรวมอย่างไร?

Forex เป็นการซื้อขายที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนหุ้นให้สิทธิความเป็นเจ้าของในบริษัท และกองทุนรวมให้ผู้ลงทุนถือหน่วยลงทุนในพอร์ตที่บริหารตามนโยบายของกองทุน ความต่างจึงครอบคลุมทั้งสิ่งที่ถือครอง วิธีซื้อขาย ต้นทุน และความเสี่ยง

ตารางนี้เปรียบเทียบ Forex ผ่าน CFD กับ การซื้อหุ้นไทยโดยตรง และ กองทุนรวมเปิดทั่วไปที่ซื้อผ่าน บลจ. หรือตัวแทน

หัวข้อForex ผ่าน CFDหุ้นไทยโดยตรงกองทุนรวมเปิดทั่วไป
สิ่งที่ถือครองสัญญาที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน โดยไม่ได้ถือสกุลเงินอ้างอิงจริงหุ้นของบริษัทและสิทธิของผู้ถือหุ้นหน่วยลงทุนในกองทุน
ตลาดและราคาซื้อขาย OTC ตามราคาเสนอของผู้ให้บริการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ตามราคาเสนอซื้อและขายซื้อหรือขายคืนตามรอบ โดยราคาอ้างอิง NAV ต่อหน่วยและค่าธรรมเนียม
เวลาซื้อขายโดยทั่วไปเกือบ 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ ตามตารางผลิตภัณฑ์ตามเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ตามวันทำการและเวลารับคำสั่งของกองทุน
Leverage ของผู้ลงทุนโดยทั่วไปใช้เงินหลักประกันรองรับสถานะที่มีมูลค่าสูงกว่าบัญชีเงินสดไม่ใช้ ส่วนบัญชีมาร์จิ้นเป็นการกู้เงินซื้อหุ้นโดยทั่วไปชำระค่าหน่วยลงทุนเต็มจำนวน ส่วนการใช้อนุพันธ์ภายในกองทุนขึ้นอยู่กับนโยบาย
ต้นทุนหลักSpread ค่าคอมมิชชัน และ Swap ที่จ่ายหรือได้รับค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ยหากใช้บัญชีมาร์จิ้นค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุน และค่าธรรมเนียมซื้อ ขายคืน หรือสับเปลี่ยนตามเงื่อนไข
ความเสี่ยงหลักการเคลื่อนไหวของค่าเงิน ขนาดสถานะเมื่อเทียบกับเงินทุน และผู้ให้บริการราคาหุ้น ผลประกอบการ และความเสี่ยงของบริษัทสินทรัพย์ที่ลงทุน การกระจุกตัว และความเสี่ยงตามนโยบายกองทุน

การเทรด CFD ไม่ทำให้ผู้เทรดเป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิง ขณะที่ราคาซื้อและขายคืนของกองทุนรวมทั่วไปคำนวณตามหลักเกณฑ์ NAV และเงื่อนไขกองทุน ส่วน ETF เป็นกองทุนรวมที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ระหว่างวัน จึงมีรูปแบบซื้อขายต่างจากกองทุนรวมที่เปรียบเทียบในตารางนี้

ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดเหมาะกับทุกคน การเปรียบเทียบควรพิจารณาเป้าหมาย ระยะเวลาลงทุน ต้นทุน และความเสียหายที่รับได้ร่วมกัน อ่านการเปรียบเทียบเพิ่มเติมได้ที่ Forex vs หุ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Forex

Forex หรือ FX คืออะไร และย่อมาจากอะไร?

+

Forex คือการพนันไหม?

+

เทรด Forex เป็นอาชีพได้ไหม?

+

เทรด Forex ใช้เงินเริ่มต้นเท่าไหร่?

+

เทรด Forex ใช้แอปอะไร และดูปฏิทินข่าว Forex ได้ที่ไหน?

+
TMGM
Trade The World
ทีม TMGM Academy และ Market Insights เป็นกลุ่มนักวิเคราะห์ทางการเงินและนักกลยุทธ์การเทรด ด้วยการเข้าถึงข้อมูลสถาบันแบบเรียลไทม์และประสบการณ์การดำเนินงานในตลาดมากกว่าทศวรรษ ทีมให้การวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฟอเร็กซ์ ทองคำ คริปโตเคอร์เรนซี หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น น้ำมัน) และดัชนี เนื้อหาของเราถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ตามที่ระบุไว้ในหน้าประกาศนโยบายบรรณาธิการของเรา TMGM ปฏิบัติตามแนวทางของ ASIC และ VFSC
เข้าร่วมกับลูกค้ามากกว่า 1,000,000 คนบนแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับรางวัลของเรา
1
สมัครบัญชีจริง
2
ฝากเงิน
เข้าบัญชี
3
เริ่มเทรด
ได้ทันที
เปิดบัญชี