บทความ

กราฟเทรด คืออะไร? วิธีอ่านกราฟ Forex และแท่งเทียนสำหรับผู้เริ่มต้น

กราฟเทรด คือเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ราคา ที่เทรดเดอร์ใช้เพื่อทำความเข้าใจทิศทาง แนวโน้ม และจุดกลับตัวของตลาดฟอเร็กซ์ การเรียนรู้วิธีอ่าน กราฟ Forex ช่วยให้ผู้เริ่มต้นตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลมากขึ้นและวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ คู่มือนี้อธิบายประเภทของกราฟที่ใช้บ่อยที่สุด ได้แก่ กราฟเส้น (Line Chart), กราฟแท่ง (Bar Chart) และกราฟแท่งเทียน (Candlestick) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุด พร้อมอธิบายวิธีตีความข้อมูลและการใช้งานในสภาพตลาดปัจจุบัน

กราฟเทรดคือภาพที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของราคาตามเวลา ส่วนกราฟ Forex คือกราฟเทรดที่แสดงราคาของคู่สกุลเงิน เช่น EUR/USD ว่าเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างไรในแต่ละช่วง

บทความนี้อธิบายวิธีอ่านกราฟ Forex สำหรับผู้เริ่มต้น ตั้งแต่การดูคู่เงิน แกนราคาและแกนเวลา กราฟแท่งเทียน การเลือก Time Frame ไปจนถึงเครื่องมือที่ใช้เปิดดูกราฟ

กราฟเทรดคืออะไร และกราฟ Forex แสดงข้อมูลอะไร

กราฟเทรดคือการแสดงราคาในอดีตของสินทรัพย์บนแกนเวลา เพื่อให้เห็นว่าราคาเคยอยู่ระดับใด เคลื่อนไหวเร็วหรือช้า และกำลังขึ้น ลง หรือแกว่งตัวในกรอบ ผู้เทรดใช้กราฟเป็นข้อมูลประกอบการวางแผน แต่กราฟแสดงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้บอกราคาในอนาคตอย่างแน่นอน

สำหรับตลาด Forex กราฟ Forex จะแสดงอัตราแลกเปลี่ยนของคู่สกุลเงินหนึ่งคู่ กราฟแบบแท่งหรือแท่งเทียนมาตรฐานจะสรุปราคาแต่ละช่วงเวลาเป็นสี่ค่า คือราคาเปิด (Open) ราคาสูงสุด (High) ราคาต่ำสุด (Low) และราคาปิด (Close) หรือที่เรียกย่อว่า OHLC

หลักการอ่านกราฟหลายส่วน เช่น แกนราคา แกนเวลา แท่งเทียน และแนวรับแนวต้าน ใช้ได้กับกราฟหุ้นหรือกราฟทองคำด้วย แต่กราฟ Forex มีรายละเอียดเฉพาะที่ควรรู้ เช่น การอ่านราคาเป็นคู่สกุลเงิน และการที่ราคาบนกราฟอาจไม่ใช่ราคาเดียวกับที่ใช้ส่งคำสั่งซื้อ

วิธีอ่านกราฟ Forex ทีละขั้นสำหรับมือใหม่

วิธีดูกราฟ Forex ให้เริ่มจากข้อมูลพื้นฐานบนหน้าจอก่อน แล้วจึงตีความการเคลื่อนไหวของราคา สี่ขั้นด้านล่างเป็นลำดับที่ช่วยให้อ่านกราฟเทรด Forex ได้เป็นระบบและลดการตีความผิด

ขั้นที่ 1ตรวจคู่สกุลเงินบนกราฟ

ราคาใน Forex แสดงเป็นคู่สกุลเงินเสมอ สกุลเงินตัวแรกคือสกุลเงินหลัก (Base Currency) และสกุลเงินตัวที่สองคือสกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency) ราคาบนกราฟบอกว่าสกุลเงินหลัก 1 หน่วยมีมูลค่าเท่ากับสกุลเงินอ้างอิงเท่าใด

ตัวอย่างสมมติ (ไม่ใช่ราคาปัจจุบัน): EUR/USD = 1.0850 หมายถึง 1 EUR มีราคา 1.0850 USD

  • หากกราฟเคลื่อนขึ้นเป็น 1.0900 แปลว่า EUR แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับ USD
  • หากกราฟเคลื่อนลงเป็น 1.0800 แปลว่า EUR อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับ USD

ก่อนอ่านกราฟทุกครั้ง ให้ตรวจชื่อสัญลักษณ์ที่มุมกราฟว่าเป็นคู่ที่ตั้งใจดูจริง เพราะ EUR/USD กับ USD/EUR มีทิศทางกลับกัน และบางแพลตฟอร์มอาจมีสัญลักษณ์ของคู่เงินเดียวกันหลายแบบตามประเภทบัญชีหรือแหล่งข้อมูล

ขั้นที่ 2อ่านแกนราคาและแกนเวลา

ในกราฟมาตรฐาน แกนตั้ง (แกน Y) ด้านขวาคือระดับราคา ยิ่งสูงขึ้นราคายิ่งสูง ส่วน แกนนอน (แกน X) ด้านล่างคือเวลา โดยข้อมูลเก่าอยู่ทางซ้ายและข้อมูลล่าสุดอยู่ทางขวา สิ่งที่ควรแยกให้ชัดคือ

  • ตำแหน่งเวลาบนแกน X: บอกว่าราคานั้นเกิดขึ้นเมื่อใด
  • Time Frame: บอกว่าแท่งหนึ่งแท่งรวมข้อมูลราคานานเท่าใด เช่น 1 ชั่วโมงหรือ 1 วัน ซึ่งอธิบายเพิ่มในหัวข้อ Time Frame ของกราฟ Forex

เวลาที่แสดงบนแกน X ของแพลตฟอร์มเทรดอาจเป็นเวลาของเซิร์ฟเวอร์ผู้ให้บริการ หรือเป็น timezone ที่ผู้ใช้ตั้งไว้ ไม่ใช่เวลาไทยโดยอัตโนมัติ จึงควรตรวจก่อนเทียบเวลาบนกราฟกับเวลาประกาศข่าวหรือเวลาในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ 3ดูแนวโน้มจากโครงสร้างราคา

เมื่ออ่านกราฟ Forex ให้มองจุดสูง (High) และจุดต่ำ (Low) ที่ราคาสร้างไว้ต่อเนื่องกัน แทนการดูแท่งใดแท่งหนึ่ง

โครงสร้างราคาสามแบบบนกราฟ Forex

โครงสร้างราคาลักษณะที่เห็นบนกราฟ
แนวโน้มขาขึ้นจุดสูงและจุดต่ำใหม่ยกตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ
แนวโน้มขาลงจุดสูงและจุดต่ำใหม่ต่ำลงเรื่อย ๆ
เคลื่อนไหวในกรอบ (Sideways)ราคาแกว่งระหว่างระดับบนและล่างโดยไม่สร้างจุดสูงหรือจุดต่ำใหม่อย่างชัดเจน

ข้อจำกัดคือแนวโน้มที่เห็นขึ้นอยู่กับ Time Frame และช่วงข้อมูลที่เลือกดู ราคาอาจเป็นขาขึ้นในกราฟรายวัน แต่เป็นขาลงในกราฟรายชั่วโมงได้ และแนวโน้มที่เกิดขึ้นแล้วไม่ได้รับประกันว่าจะดำเนินต่อ จึงควรกำหนดล่วงหน้าว่าจะใช้ Time Frame ใดเป็นหลักในการตีความ

ขั้นที่ 4ระบุแนวรับและแนวต้าน

ขั้นต่อมาคือทำเครื่องหมายระดับราคาที่ราคาเคยหยุด ชะลอ หรือกลับตัวหลายครั้ง ระดับด้านล่างที่ราคาเคยเด้งขึ้นเรียกว่าแนวรับ ส่วนระดับด้านบนที่ราคาเคยถูกกดลงเรียกว่าแนวต้าน ควรมองเป็นโซนราคามากกว่าเส้นเดียว รายละเอียดวิธีดูอยู่ในหัวข้อ แนวรับและแนวต้านบนกราฟ Forex

ประเภทของกราฟ Forex และข้อมูลที่แต่ละแบบแสดง

กราฟ Forex มีหลายประเภท บางแบบแสดงราคาตามช่วงเวลาคงที่ บางแบบคำนวณหรือสร้างราคาด้วยวิธีที่ต่างออกไป การรู้ว่ากราฟแต่ละแบบแสดงข้อมูลอะไรช่วยให้ไม่ตีความราคาผิด

กราฟฟอเร็กซ์เปรียบเทียบกราฟเส้น แท่ง และแท่งเทียนสำหรับอ่าน Price Action

เปรียบเทียบประเภทของกราฟ Forex

ประเภทกราฟข้อมูลที่แสดงใช้ดูอะไรข้อจำกัด
กราฟเส้น (Line Chart)โดยทั่วไปเชื่อมราคาปิดของแต่ละช่วงเวลา (บางแพลตฟอร์มเลือกราคาอื่นได้)ภาพรวมทิศทางราคาแบบอ่านง่ายไม่เห็นราคาสูงสุดและต่ำสุดระหว่างช่วง
กราฟแท่ง (Bar / OHLC)OHLC ของแต่ละช่วงเวลาช่วงราคาและตำแหน่งราคาปิดของแต่ละช่วงอ่านทิศทางด้วยตาได้ช้ากว่าแท่งเทียนสำหรับบางคน
กราฟแท่งเทียน (Candlestick)OHLC ของแต่ละช่วงเวลา พร้อมสีหรือรูปแบบแท่งที่แยกราคาปิดสูงหรือต่ำกว่าราคาเปิดช่วงราคา ทิศทางในแต่ละแท่ง และรูปแบบแท่งเทียนข้อมูลเท่ากราฟแท่ง สีปรับได้ตามการตั้งค่า
Heikin-Ashiค่าที่คำนวณปรับเรียบจากราคาแท่งปัจจุบันและแท่งก่อนหน้าความต่อเนื่องของแนวโน้มไม่ใช่ OHLC จริงของช่วงเวลานั้น
Renkoอิฐ (Brick) ที่เกิดใหม่เมื่อราคาเคลื่อนครบขนาดที่ตั้งไว้ทิศทางราคาโดยกรองการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ออกอิฐหนึ่งก้อนไม่ได้แทนช่วงเวลาคงที่ ผลลัพธ์ขึ้นกับขนาดอิฐ
Point-and-Figure (P&F)คอลัมน์ X (ราคาขึ้น) และ O (ราคาลง) ตามขนาดกล่องและเงื่อนไขกลับตัวระดับราคาสำคัญและการทะลุระดับไม่มีแกนเวลาแบบคงที่ ต้องตั้งค่าขนาดกล่องเอง

กราฟมาตรฐานที่แบ่งตามช่วงเวลา

กราฟเส้น กราฟแท่ง และกราฟแท่งเทียนเป็นกราฟมาตรฐานที่แบ่งข้อมูลตามช่วงเวลาคงที่ เช่น ทุก 15 นาทีหรือทุก 1 วัน ราคาบนกราฟจึงอ้างอิงราคาตลาดของช่วงนั้นโดยตรง

กราฟเส้น (Line Chart)

กราฟเส้นเชื่อมจุดราคาของแต่ละช่วงเวลาเป็นเส้นเดียว ซึ่งโดยทั่วไปใช้ราคาปิด ทำให้อ่านทิศทางภาพรวมได้เร็วและเหมาะกับการเริ่มทำความเข้าใจกราฟ แต่กราฟเส้นไม่แสดงว่าระหว่างช่วงนั้นราคาเคยขึ้นไปสูงหรือลงต่ำแค่ไหน ผู้ที่ต้องการรายละเอียดมากขึ้นจึงมักใช้กราฟแท่งหรือแท่งเทียนควบคู่


กราฟแท่ง (Bar Chart / OHLC)

กราฟแท่งแสดงแต่ละช่วงเวลาเป็นเส้นตั้ง โดยปลายบนคือราคาสูงสุด ปลายล่างคือราคาต่ำสุด ขีดสั้นด้านซ้ายคือราคาเปิด และขีดสั้นด้านขวาคือราคาปิด กราฟแท่งให้ข้อมูลครบเท่ากราฟแท่งเทียน จึงใช้วิเคราะห์ช่วงราคาหรือทบทวนข้อมูลย้อนหลังด้วยโปรแกรม Backtestingได้


กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart)

กราฟแท่งเทียนแสดงข้อมูล OHLC เหมือนกราฟแท่ง แต่ใช้ตัวแท่งและสีช่วยให้เห็นทันทีว่าราคาปิดสูงหรือต่ำกว่าราคาเปิด ผู้เทรดจำนวนมากจึงนิยมใช้ วิธีอ่านแท่งเทียนแต่ละส่วนอธิบายไว้ในหัวข้อ วิธีอ่านกราฟแท่งเทียน Forex


กราฟที่สร้างราคาแตกต่างจากกราฟมาตรฐาน

กราฟกลุ่มนี้ช่วยลดการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ที่ทำให้กราฟดูยุ่ง แต่สร้างจากวิธีคำนวณหรือเงื่อนไขที่ต่างจากแท่งเทียนทั่วไป ราคาที่เห็นบนกราฟเหล่านี้จึงไม่ควรใช้แทนราคาตลาดที่ใช้ส่งคำสั่งโดยไม่ตรวจกับกราฟมาตรฐาน

กราฟไฮกิน-อาชิ (Heikin-Ashi Chart)

Heikin-Ashi มีหน้าตาคล้ายแท่งเทียน แต่ค่าของแต่ละแท่งเป็นค่าที่คำนวณใหม่ เช่น ราคาปิดของ Heikin-Ashi คือค่าเฉลี่ยของ OHLC ในช่วงนั้น และราคาเปิดคำนวณจากแท่ง Heikin-Ashi ก่อนหน้า ผลคือแท่งสีเดียวกันมักเรียงต่อกันยาวขึ้นในช่วงแนวโน้ม ทำให้เห็นความต่อเนื่องได้ง่าย แต่ราคาเปิดและปิดของแท่งอาจไม่ตรงกับราคาจริงในตลาด ณ เวลานั้น

กราฟแท่งเทียนฟอเร็กซ์แบบเรียลไทม์สำหรับวิเคราะห์รูปแบบกราฟและแนวโน้มราคา


กราฟเรนโกะ (Renko Chart)

Renko สร้างอิฐก้อนใหม่เมื่อราคาเคลื่อนไหวครบขนาดที่กำหนด เช่น 10 pips หากราคาเคลื่อนไม่ถึง จะไม่มีอิฐใหม่เกิดขึ้น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด อิฐแต่ละก้อนจึงไม่ได้แทนช่วงเวลาคงที่เหมือนแท่งเทียน กราฟ Renko ช่วยให้เห็นทิศทางชัดขึ้น แต่ตัดรายละเอียดการแกว่งตัวเล็ก ๆ ออก และรูปร่างกราฟเปลี่ยนไปมากตามขนาดอิฐที่ตั้ง

กราฟฟอเร็กซ์แบบ Renko แสดงแนวโน้มราคาที่ถูกกรองเพื่อลดสัญญาณรบกวน


กราฟ Point-and-Figure (P&F)

Point-and-Figure ใช้คอลัมน์ของเครื่องหมาย X เมื่อราคาขึ้น และ O เมื่อราคาลง โดยเพิ่มเครื่องหมายเมื่อราคาเคลื่อนครบขนาดกล่อง (Box Size) และเปลี่ยนคอลัมน์เมื่อราคากลับทิศครบตามเงื่อนไขกลับตัว (Reversal) กราฟนี้ไม่มีแกนเวลาแบบคงที่ จึงใช้ดูระดับราคาสำคัญและการทะลุระดับได้ชัด แต่ไม่เหมาะกับการดูว่าราคาเคลื่อนไหวในช่วงเวลาใด

กราฟฟอเร็กซ์แบบ Point and Figure ใช้ระบุการเบรกเอาต์และแนวรับแนวต้านโดยไม่อิงเวลา


เลือกประเภทกราฟ Forex อย่างไร

ไม่มีกราฟประเภทใดที่เหมาะกับทุกคน ให้เลือกจากสามคำถาม

1ต้องการรายละเอียดราคาแค่ไหน: หากต้องการเห็นราคาสูงสุดและต่ำสุด ให้ใช้กราฟแท่งหรือแท่งเทียน หากต้องการดูภาพรวม กราฟเส้นอ่านง่ายกว่า
2ต้องการราคาจริงหรือมุมมองที่ปรับเรียบ: การวางแผนจุดเข้าออกควรอ้างอิงกราฟมาตรฐาน ส่วน Heikin-Ashi หรือ Renko ใช้ประกอบเพื่อดูแนวโน้ม
3ใช้ Time Frame ใด: กราฟมาตรฐานจะเปลี่ยนรูปไปตาม Time Frame ส่วน Renko และ P&F ขึ้นกับขนาดอิฐหรือขนาดกล่องมากกว่า

ผู้เทรดหลายคนใช้กราฟมากกว่าหนึ่งแบบประกอบกัน เช่น ดูกราฟเส้นเพื่อเห็นภาพรวม แล้วใช้กราฟแท่งเทียนเพื่ออ่านรายละเอียด

วิธีอ่านกราฟแท่งเทียน Forex: ราคาเปิด ปิด สูงสุด และต่ำสุด

กราฟแท่งเทียน Forex แต่ละแท่งสรุปราคาของคู่สกุลเงินในช่วง Time Frame หนึ่ง การอ่านกราฟแท่งเทียนให้เริ่มจากส่วนประกอบของแท่ง แล้วจึงดูแท่งนั้นร่วมกับแท่งรอบข้าง

ส่วนประกอบของแท่งเทียน

  • ตัวแท่ง (Body): ช่วงระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด
  • ไส้เทียนบน (Upper Wick / Shadow): ช่วงจากขอบบนของตัวแท่งถึงราคาสูงสุด
  • ไส้เทียนล่าง (Lower Wick / Shadow): ช่วงจากขอบล่างของตัวแท่งถึงราคาต่ำสุด
  • สีของแท่ง: แยกแท่งที่ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด (แท่งขาขึ้น) ออกจากแท่งที่ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด (แท่งขาลง) หลายแพลตฟอร์มใช้สีเขียวกับแท่งขาขึ้นและสีแดงกับแท่งขาลง แต่ผู้ใช้เปลี่ยนสีได้เอง

ในแท่งขาขึ้น ขอบล่างของตัวแท่งคือราคาเปิดและขอบบนคือราคาปิด ส่วนแท่งขาลงจะกลับกัน

ตัวอย่างการอ่านแท่งเทียนหนึ่งแท่ง

สมมติฐาน (ตัวเลขสมมติ ไม่ใช่ราคาจริง): แท่งเทียน EUR/USD หนึ่งแท่ง ในคู่เงินที่นับ pip ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4

ตัวอย่างค่า OHLC ของแท่งเทียน EUR/USD (ตัวเลขสมมติ)

ค่าราคา
Open (ราคาเปิด)1.0850
High (ราคาสูงสุด)1.0870
Low (ราคาต่ำสุด)1.0835
Close (ราคาปิด)1.0860

อ่านได้ดังนี้

1ราคาปิด 1.0860 สูงกว่าราคาเปิด 1.0850: แท่งนี้จึงเป็นแท่งขาขึ้น
2ตัวแท่ง: อยู่ระหว่าง 1.0850 ถึง 1.0860 หรือประมาณ 10 pip
3ไส้เทียนบน: ยาวจาก 1.0860 ถึง 1.0870 แสดงว่าระหว่างช่วงนั้นราคาเคยขึ้นไปสูงกว่าราคาปิด แล้วย่อลงมาก่อนแท่งปิด
4ไส้เทียนล่าง: ยาวจาก 1.0850 ลงไปถึง 1.0835 แสดงว่าราคาเคยลงต่ำกว่าราคาเปิด แล้วกลับขึ้นมา
5ช่วงราคาทั้งแท่ง: คือ 1.0835 ถึง 1.0870 หรือประมาณ 35 pip

แท่งนี้บอกว่าในช่วงเวลานั้นราคาปิดสูงกว่าจุดเริ่มต้น และมีการแกว่งทั้งขึ้นและลงก่อนปิด แต่ยังไม่พอสรุปว่าแท่งถัดไปจะขึ้นต่อ

ข้อควรรู้ก่อนตีความแท่งเทียน

  • สีแท่งเทียนปรับได้ตามการตั้งค่า: ควรตรวจว่าแพลตฟอร์มที่ใช้กำหนดสีใดเป็นขาขึ้นและขาลง
  • แท่งที่ยังไม่ปิดยังเปลี่ยนได้: แท่งล่าสุดทางขวาสุดยังเปลี่ยนรูปร่าง ความยาวไส้ และราคาปิดได้จนกว่าจะครบเวลาของ Time Frame
  • แท่งเดียวไม่พอสรุปทิศทาง: ควรดูตำแหน่งของแท่งเทียบกับแนวโน้ม แนวรับแนวต้าน และแท่งก่อนหน้า
  • สีแท่งไม่ได้บอกจำนวนผู้ซื้อและผู้ขาย: สีบอกเพียงว่าราคาปิดสูงหรือต่ำกว่าราคาเปิด ในตลาดทุกการซื้อขายมีทั้งฝ่ายซื้อและฝ่ายขาย

รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย

รูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Pattern) คือลักษณะของแท่งเทียนหนึ่งถึงสามแท่งที่ผู้เทรดใช้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของแรงซื้อขายระยะสั้น ซึ่งต่างจากรูปแบบกราฟ (Chart Pattern) ที่เกิดจากโครงสร้างราคาหลายสิบแท่ง ตัวอย่างที่ผู้เริ่มต้นมักพบ ได้แก่

ตัวอย่างรูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย

รูปแบบลักษณะสิ่งที่อาจสะท้อน
Dojiราคาเปิดและปิดใกล้กันมาก ตัวแท่งบางช่วงที่ราคายังไม่มีทิศทางชัดเจน
Hammerตัวแท่งเล็กอยู่ด้านบน ไส้เทียนล่างยาว เกิดหลังราคาลงราคาเคยถูกขายลงแต่กลับขึ้นมาก่อนปิด อาจเป็นสัญญาณกลับตัวขึ้นที่ต้องรอยืนยัน
Engulfingตัวแท่งที่สองครอบตัวแท่งแรกที่มีทิศทางตรงข้ามการเปลี่ยนแรงซื้อขายในช่วงสั้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดใกล้แนวรับหรือแนวต้าน

รูปแบบเหล่านี้มีความหมายมากขึ้นเมื่อเกิดในตำแหน่งที่สำคัญ และควรรอให้แท่งปิดก่อนตีความ อ่านรูปแบบเพิ่มเติมได้ที่บทความรูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Pattern) และแท่งเทียนกลับตัว

Time Frame ของกราฟ Forex คืออะไร และเลือกอย่างไร?

สำหรับกราฟแท่งหรือกราฟแท่งเทียนมาตรฐาน Time Frame (หรือ Timeframe, ไทม์เฟรม) คือช่วงเวลาที่ใช้รวมข้อมูลราคาเป็นหนึ่งแท่ง เช่น Time Frame H1 หมายถึงแท่งเทียนหนึ่งแท่งสรุปราคา OHLC ของ 1 ชั่วโมง การเปลี่ยน Time Frame ไม่ได้เปลี่ยนราคาในตลาด แต่เปลี่ยนวิธีที่ราคาถูกจัดกลุ่มและแสดงบนกราฟ

Time Frame ที่พบบ่อยบนกราฟ Forex

Time Frameหนึ่งแท่งครอบคลุมตัวอย่างการใช้วิเคราะห์สิ่งที่ควรพิจารณา
M1 / M51 นาที / 5 นาทีดูรายละเอียดการเคลื่อนไหวระยะสั้นมาก หรือดูจังหวะราคาในช่วงที่ติดตามแท่งเกิดเร็ว ต้องติดตามหน้าจอใกล้ชิด ราคาอาจแกว่งไปมาโดยไม่มีทิศทางชัด หากส่งคำสั่งบ่อย ต้นทุนอย่างสเปรดจะสะสมเร็ว
M15 / M3015 นาที / 30 นาทีดูโครงสร้างราคาภายในวันยังต้องติดตามระหว่างวัน และควรรู้กำหนดการข่าวที่อาจทำให้ราคาเคลื่อนเร็ว
H1 / H41 ชั่วโมง / 4 ชั่วโมงดูแนวโน้มและแนวรับแนวต้านที่ครอบคลุมหลายวันแท่งเกิดน้อยลง จึงต้องรอนานขึ้นกว่าเงื่อนไขในแผนจะครบ
D11 วันดูแนวโน้มหลักและระดับราคาสำคัญเวลาเริ่มและสิ้นสุดของแท่งรายวันขึ้นกับเวลาเซิร์ฟเวอร์ของแพลตฟอร์ม
W1 / MN11 สัปดาห์ / 1 เดือนดูภาพใหญ่ของราคาในหลายเดือนหรือหลายปีแท่งหนึ่งครอบคลุมช่วงกว้าง จุดตัดสินใจที่อิงกรอบนี้จึงห่างจากราคาปัจจุบันได้มาก

เลือก Time Frame อย่างไร

  • Time Frame ไม่ได้กำหนดระยะเวลาถือสถานะตายตัว: ผู้เทรดอาจใช้กราฟ H1 แต่ถือสถานะหลายวัน หรือใช้กราฟ D1 ประกอบการตัดสินใจที่ถือไม่นานก็ได้ สิ่งที่กำหนดระยะเวลาถือคือแผนการเทรด
  • เลือกจากวัตถุประสงค์และเวลาที่ติดตามได้จริง: หากดูกราฟได้วันละครั้ง กรอบเวลาที่แท่งเกิดทุก 5 นาทีอาจไม่สอดคล้องกับเวลาที่มี
  • กรอบเวลาสั้นไม่ได้ทำให้ต้นทุนต่อธุรกรรมสูงขึ้นโดยตัวมันเอง: แต่หากทำให้ส่งคำสั่งบ่อยขึ้น ต้นทุนรวมจากสเปรดและค่าคอมมิชชัน (ถ้ามี) อาจสะสมมากขึ้น
  • การเคลื่อนไหวที่ไม่มีทิศทางชัด (Noise): มักเห็นบ่อยในกรอบเวลาสั้น แต่ไม่ได้หมายความว่ากรอบเวลาสั้นจะแกว่งมากที่สุดเสมอ ขึ้นกับคู่เงินและช่วงเวลา

ดูหลาย Time Frame ประกอบกัน

ผู้เทรดจำนวนมากใช้การดูหลายกรอบเวลา (Multiple Time Frame Analysis) เช่น ใช้ D1 หรือ H4 เพื่อดูทิศทางหลัก แล้วใช้ H1 หรือ M15 เพื่อดูรายละเอียดของราคา กรอบเวลาใหญ่อย่าง W1 หรือ MN1 ก็ใช้ประกอบการวางแผนได้ เช่น ใช้ดูระดับราคาสำคัญระยะยาว

ข้อสำคัญคือการกำหนดล่วงหน้าว่าจะใช้กรอบเวลาใดทำหน้าที่ใด การดูหลายกรอบเวลาตามแผนต่างจากการสลับกรอบเวลาหลังเปิดสถานะเพื่อหากราฟที่สนับสนุนความคิดเดิม ซึ่งทำให้การตัดสินใจไม่สอดคล้องกับแผน

แนวรับและแนวต้านบนกราฟ Forex ดูอย่างไร

แนวรับ (Support) คือโซนราคาด้านล่างที่ราคาเคยหยุดลงหรือเด้งขึ้น ส่วนแนวต้าน (Resistance) คือโซนราคาด้านบนที่ราคาเคยหยุดขึ้นหรือถูกกดลง แนวรับแนวต้านบนกราฟ Forex ใช้ช่วยวางแผนว่าราคาอาจตอบสนองที่ระดับใด แต่ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะกลับตัวทุกครั้ง วิธีสังเกตเบื้องต้นมีดังนี้

1หาจุดที่ราคาเคยตอบสนองหลายครั้ง: เช่น จุดต่ำที่ราคาเคยเด้งขึ้นซ้ำ หรือจุดสูงที่ราคาเคยถูกกดลงซ้ำ
2ทำเครื่องหมายเป็นโซน: ใช้ช่วงราคาที่ครอบคลุมไส้เทียนและตัวแท่งบริเวณนั้น แทนการลากเส้นที่ราคาเดียว เพราะราคามักไม่หยุดตรงจุดเดิมพอดี
3ดูบริบทประกอบ: เช่น โซนนั้นอยู่ในทิศทางเดียวกับแนวโน้มหรือไม่ ราคาเคลื่อนเข้าหาโซนเร็วหรือช้า และมีกำหนดการข่าวสำคัญใกล้ ๆ หรือไม่
4ดูพฤติกรรมราคาเมื่อเข้าใกล้โซน: เช่น รูปแบบแท่งเทียนที่แสดงการปฏิเสธราคา หรือแท่งที่ปิดทะลุโซนอย่างชัดเจน

เมื่อราคาทะลุแนวต้านขึ้นไป บางครั้งโซนนั้นอาจกลายเป็นแนวรับเมื่อราคาย่อกลับมา หรือแนวรับที่ถูกทะลุลงอาจกลายเป็นแนวต้าน (Role Reversal) แต่ไม่ได้เกิดทุกครั้ง ราคาอาจทะลุผ่านโซนไปเลย หรือทะลุชั่วคราวแล้วกลับเข้ามา (False Breakout) ก็ได้

รูปแบบกราฟ Forex (Chart Pattern) ที่ควรรู้

รูปแบบกราฟ Forex หรือแพทเทิร์นกราฟ Forex คือโครงสร้างราคาที่เกิดจากแท่งเทียนหลายแท่งรวมกันจนเห็นเป็นรูปร่าง เช่น ยอดคู่หรือสามเหลี่ยม ผู้เทรดใช้ Chart Pattern เพื่อจัดระเบียบการสังเกตราคา และกำหนดเงื่อนไขว่ารูปแบบเกิดสมบูรณ์หรือใช้ไม่ได้เมื่อใด รูปแบบกราฟบอกความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน

รูปแบบกลับตัว (Reversal Patterns)

Double Top (ยอดคู่) เกิดเมื่อราคาขึ้นไปทดสอบระดับสูงใกล้เดิมสองครั้งแต่ไม่ผ่าน โดยมีจุดต่ำระหว่างกลางเรียกว่าเส้นคอ (Neckline) สิ่งที่ผู้เทรดมักรอคือราคาปิดต่ำกว่าเส้นคอ หากราคากลับขึ้นไปทำจุดสูงใหม่เหนือสองยอดเดิม รูปแบบนี้ถือว่าใช้ไม่ได้

Double Bottom (ก้นคู่) เป็นลักษณะตรงข้ามกับ Double Top คือราคาลงไปทดสอบระดับต่ำใกล้เดิมสองครั้งแล้วเด้งขึ้น โดยผู้เทรดมักรอให้ราคาปิดเหนือเส้นคอก่อนตีความ

Head and Shoulders (หัวและไหล่) ประกอบด้วยจุดสูงสามจุด โดยจุดกลาง (หัว) สูงกว่าสองข้าง (ไหล่) มักพบหลังแนวโน้มขาขึ้น และใช้เส้นคอที่ลากผ่านจุดต่ำระหว่างไหล่กับหัวเป็นระดับสำคัญ รูปแบบกลับด้านเรียกว่า Inverse Head and Shoulders ซึ่งมักพบหลังแนวโน้มขาลง

รูปแบบต่อเนื่อง (Continuation Patterns)

Flag และ Pennant (ธงและธงสามเหลี่ยม) เกิดหลังราคาเคลื่อนไหวแรงในทิศทางหนึ่ง แล้วพักตัวในกรอบแคบช่วงสั้น ๆ Flag มีกรอบคล้ายสี่เหลี่ยมเอียง ส่วน Pennant มีกรอบที่บีบแคบลง ผู้เทรดมักรอให้ราคาทะลุกรอบไปในทิศเดิม หากราคาทะลุสวนทางหรือกรอบพักตัวยาวผิดปกติ รูปแบบนี้อาจไม่ใช่การพักตัวตามที่คาด

รูปแบบที่อาจทะลุได้ทั้งสองทิศทาง

Symmetrical Triangle (สามเหลี่ยมสมมาตร) เกิดเมื่อจุดสูงต่ำลงและจุดต่ำสูงขึ้นจนกรอบราคาบีบแคบลง สะท้อนช่วงที่ราคายังไม่เลือกทิศทาง ราคาอาจทะลุได้ทั้งขึ้นและลง ผู้เทรดจึงมักรอให้ราคาปิดนอกกรอบก่อน แทนการคาดเดาทิศทางล่วงหน้า

เงื่อนไขประกอบและกรณีที่รูปแบบกราฟใช้ไม่ได้

  • ตรวจว่ารูปแบบเกิดในบริบทที่สอดคล้อง เช่น Head and Shoulders ที่ไม่มีแนวโน้มขาขึ้นก่อนหน้าอาจไม่มีความหมายแบบเดียวกัน
  • รอการยืนยันตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น แท่งปิดทะลุเส้นคอหรือกรอบ
  • กำหนดล่วงหน้าว่าราคาระดับใดที่ทำให้รูปแบบนั้นใช้ไม่ได้ และใช้ระดับนั้นวางแผนจุดตัดขาดทุน
  • ระวังการทะลุหลอก โดยเฉพาะช่วงประกาศข่าวหรือช่วงสภาพคล่องต่ำ
  • รูปแบบเดียวกันอาจดูต่างกันในแต่ละ Time Frame และผู้เทรดแต่ละคนอาจลากเส้นต่างกัน

อินดิเคเตอร์ที่ใช้ประกอบการอ่านกราฟ Forex

อินดิเคเตอร์ (Indicator) คือเครื่องมือที่คำนวณจากราคา และบางตัวใช้ข้อมูลปริมาณการซื้อขายร่วมด้วย เพื่อแสดงข้อมูลบางด้านบนกราฟ อินดิเคเตอร์ใช้ประกอบการอ่านราคา ไม่ใช่ใช้แทนการอ่านราคา

  • Moving Average (เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่): แสดงราคาเฉลี่ยในช่วงที่กำหนด ใช้ช่วยดูทิศทางแนวโน้ม ความเร็วในการตอบสนองต่อราคาขึ้นกับชนิดและจำนวนแท่งที่ตั้ง เช่น EMA มักตอบสนองเร็วกว่า SMA ที่ใช้จำนวนแท่งเท่ากัน
  • RSI (Relative Strength Index): วัดโมเมนตัมของราคาในรูปตัวเลข 0–100 ค่าที่สูงกว่า 70 มักถูกเรียกว่าเขตซื้อมากเกินไป (Overbought) แต่ไม่ใช่คำสั่งขายอัตโนมัติ เพราะในแนวโน้มขาขึ้นที่แรง RSI อาจอยู่ในเขตนี้ได้นาน
  • MACD: แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยสองเส้น ใช้ดูการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัมและทิศทาง

อินดิเคเตอร์แต่ละตัวมีความล่าช้าต่างกันตามวิธีคำนวณและค่าตั้ง และการเพิ่มอินดิเคเตอร์หลายตัวที่วัดเรื่องเดียวกันไม่ได้ทำให้การวิเคราะห์แม่นยำขึ้นเสมอ ผู้เริ่มต้นจึงควรเลือกอินดิเคเตอร์ที่ตอบคำถามต่างกัน และดูร่วมกับราคา

ดูกราฟเทรด Forex ได้ที่ไหน? เครื่องมือและโปรแกรมดูกราฟ

กราฟเทรด Forex ดูได้จากโปรแกรมเทรดของผู้ให้บริการ เว็บไซต์ดูกราฟ และแอปมือถือ เครื่องมือที่ผู้เทรดคุ้นเคย ได้แก่ MetaTrader 4, MetaTrader 5 และ TradingView ซึ่งใช้เป็นโปรแกรมวิเคราะห์กราฟ Forex ได้ทั้งหมด แต่มีแหล่งข้อมูลราคาและการเชื่อมต่อบัญชีที่ต่างกัน ความสามารถในการส่งคำสั่งหรือวิเคราะห์เชิงลึกขึ้นกับแพลตฟอร์มและการเชื่อมต่อ ไม่ได้ขึ้นกับว่าเป็นเว็บหรือแอปมือถือ

MetaTrader 4 (MT4)

MT4 เป็นแพลตฟอร์มเทรดที่ใช้ดูกราฟและส่งคำสั่งในบัญชีที่เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ มีกราฟเส้น กราฟแท่ง และกราฟแท่งเทียน และมี Time Frame มาตรฐาน 9 แบบตั้งแต่ M1 ถึง MN1

  • วิธีใช้ดูกราฟ: เลือกคู่เงินจากหน้าต่าง Market Watch แล้วเปิดหน้าต่างกราฟ จากนั้นเลือกประเภทกราฟและ Time Frame จากแถบเครื่องมือ
  • สิ่งที่ต้องตรวจ: ราคาบนกราฟมาจากเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการที่บัญชีเชื่อมต่ออยู่ ชื่อสัญลักษณ์ ประวัติข้อมูล และเวลาบนกราฟอาจต่างกันระหว่างผู้ให้บริการหรือประเภทบัญชี

MetaTrader 5 (MT5)

MT5 ใช้ดูกราฟและส่งคำสั่งในบัญชีที่เชื่อมต่อเช่นเดียวกับ MT4 โดยมี Time Frame ให้เลือก 21 แบบ ตั้งแต่ 1 นาทีถึง 1 เดือน ขั้นตอนเปิดกราฟแท่งเทียน Forex บน MT5 เวอร์ชันคอมพิวเตอร์มีดังนี้

1หาคู่เงิน: เปิดหน้าต่าง Market Watch หากไม่พบคู่เงินที่ต้องการ ให้ค้นหาและเพิ่มสัญลักษณ์จากรายการ Symbols
2เปิดกราฟ: คลิกขวาที่คู่เงินใน Market Watch แล้วเลือก Chart Window หรือใช้คำสั่ง New Chart จากเมนู File
3เลือกกราฟแท่งเทียน: เลือก Candlesticks จากแถบเครื่องมือ เมนู Charts หรือเมนูคลิกขวาบนกราฟ
4เปลี่ยน Time Frame: เลือกจากแถบ Timeframes เช่น M15, H1 หรือ D1 หรือเลือกจากเมนู Charts

ผู้ที่ใช้มือถือ ดูขั้นตอนเปิดกราฟ ตั้งค่าแท่งเทียน และเปลี่ยน Time Frame ได้ที่คู่มือวิธีใช้ MT5 บนมือถือ และสำหรับคอมพิวเตอร์ ดูคู่มือวิธีใช้ MT5 บน PC

ข้อควรรู้เฉพาะกราฟ Forex ก่อนใช้ราคาบนกราฟ

ราคาที่เห็นบนกราฟ Forex ไม่ได้เป็นราคาเดียวกับที่ใช้ส่งคำสั่งทุกครั้ง จุดด้านล่างช่วยให้อ่านกราฟได้ถูกต้องขึ้น

  • กราฟสร้างจาก Bid หรือ Last: บน MT5 กราฟของคู่เงิน Forex โดยทั่วไปสร้างจากราคา Bid ส่วนตราสารที่มีข้อมูลการซื้อขายจริงจากตลาด (Depth of Market) อาจสร้างจากราคา Last การตั้งค่านี้ขึ้นกับตราสารและแหล่งข้อมูล
  • ราคา Buy กับ Sell ไม่เท่ากัน: คำสั่งซื้อ (Buy) เปิดที่ราคา Ask ส่วนคำสั่งขาย (Sell) เปิดที่ราคา Bid ส่วนต่างระหว่างสองราคานี้คือสเปรด (Spread) หากกราฟสร้างจาก Bid คำสั่ง Buy หรือคำสั่งที่ปิดด้วยราคา Ask อาจทำงานที่ระดับต่างจากเส้นราคาที่เห็น
  • Tick Volume ไม่ใช่ปริมาณซื้อขายของทั้งตลาด: ตลาด Forex ไม่มีศูนย์กลางการซื้อขายแห่งเดียว ตัวเลข Volume บนกราฟ Forex ในแพลตฟอร์มอย่าง MT4/MT5 มักเป็น Tick Volume คือจำนวนครั้งที่ราคาเปลี่ยนในฟีดราคาของผู้ให้บริการนั้น ไม่ใช่ปริมาณซื้อขายรวมทั่วโลก
  • Pip กับ Point ไม่เท่ากัน: การแสดงราคาแบบทศนิยม 5 ตำแหน่งของ EUR/USD ทำให้ 1 pip เท่ากับ 10 point แต่คู่เงินที่มี JPY และตราสารอื่นใช้ตำแหน่งทศนิยมต่างกัน ควรตรวจจากรายละเอียดสัญญาของตราสาร ดูเพิ่มเติมที่บทความ Pip คืออะไร
  • ตลาดเปิดเกือบ 24 ชั่วโมงในวันทำการ: ตลาด Forex โดยทั่วไปซื้อขายเกือบตลอด 24 ชั่วโมงตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ และปิดช่วงสุดสัปดาห์ จึงอาจเห็นช่องว่างราคา (Gap) ระหว่างแท่งสุดท้ายของสัปดาห์กับแท่งแรกของสัปดาห์ถัดไป ดูช่วงเวลาตามเวลาไทยได้ที่บทความตลาด Forex เปิดกี่โมง

ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเมื่ออ่านกราฟ Forex

  • ตีความแท่งที่ยังไม่ปิด: แท่งล่าสุดอาจดูเป็นแท่งขาขึ้นที่แข็งแรง แต่เปลี่ยนรูปร่างได้ก่อนปิด ควรรอให้แท่งปิดตามเงื่อนไขในแผน
  • สับสนคู่เงินหรือแหล่งราคา: ดูกราฟผิดคู่ ผิดทิศทาง หรือใช้ราคาจากเว็บดูกราฟแทนราคาในแพลตฟอร์มที่ส่งคำสั่ง
  • ตัดสินใจจากสัญญาณเดียว: เช่น เห็น Hammer หรือ RSI เข้าเขต Overbought แล้วเปิดสถานะทันที โดยไม่ดูแนวโน้ม แนวรับแนวต้าน และระดับที่ยอมรับความเสียหายได้
  • เปลี่ยนแผนตามกราฟที่อยากเห็น: สลับ Time Frame หรือประเภทกราฟจนเจอภาพที่สนับสนุนสถานะเดิม แทนการยึดตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ก่อนเปิดสถานะ
  • ใส่อินดิเคเตอร์มากเกินไป: จนกราฟอ่านยาก และได้สัญญาณที่ขัดแย้งกันเอง

สรุป

กราฟเทรด Forex แสดงราคาของคู่สกุลเงินตามเวลา การอ่านกราฟ Forex ให้เริ่มจากตรวจคู่เงิน อ่านแกนราคาและแกนเวลา ดูแนวโน้มจากจุดสูงจุดต่ำ และระบุโซนแนวรับแนวต้าน จากนั้นจึงอ่านรายละเอียดของแท่งเทียนแต่ละแท่ง เลือก Time Frame ให้สอดคล้องกับแผน และใช้รูปแบบกราฟหรืออินดิเคเตอร์เป็นข้อมูลประกอบ

การอ่านกราฟช่วยให้วางแผนได้เป็นระบบขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้คาดการณ์ราคาได้แน่นอน ผู้เริ่มต้นสามารถฝึกเปิดกราฟ เปลี่ยน Time Frame และทำเครื่องหมายแนวรับแนวต้านบนบัญชีทดลองก่อนใช้เงินจริง

TMGM

เทรดอย่างชาญฉลาดวันนี้

  • เงินทดลอง $10,000
  • มากกว่า 100 ตลาด
  • ค่าธรรมเนียมต่ำ สเปรดแคบ

เริ่มเทรดเลยทดลองด้วยบัญชีเดโม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีอ่านกราฟ Forex สำหรับผู้เริ่มต้น

กราฟประเภทใดเหมาะที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex?

+

ทำไมกราฟแท่งเทียนจึงได้รับความนิยมในหมู่นักเทรด?

+

สามารถใช้กราฟหลายประเภทพร้อมกันได้หรือไม่?

+

ควรใช้กรอบเวลาใดในการเทรดแบบ Swing Trading?

+

กราฟขั้นสูง เช่น Renko หรือ Heikin-Ashi ดีกว่ากราฟทั่วไปหรือไม่?

+
TMGM
Trade The World
ทีม TMGM Academy และ Market Insights เป็นกลุ่มนักวิเคราะห์ทางการเงินและนักกลยุทธ์การเทรด ด้วยการเข้าถึงข้อมูลสถาบันแบบเรียลไทม์และประสบการณ์การดำเนินงานในตลาดมากกว่าทศวรรษ ทีมให้การวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฟอเร็กซ์ ทองคำ คริปโตเคอร์เรนซี หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น น้ำมัน) และดัชนี เนื้อหาของเราถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ตามที่ระบุไว้ในหน้าประกาศนโยบายบรรณาธิการของเรา TMGM ปฏิบัติตามแนวทางของ ASIC และ VFSC
เข้าร่วมกับลูกค้ามากกว่า 1,000,000 คนบนแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับรางวัลของเรา
1
สมัครบัญชีจริง
2
ฝากเงิน
เข้าบัญชี
3
เริ่มเทรด
ได้ทันที
เปิดบัญชี